พฤศจิกายน 1, 2020

เงือกน้อยผจญภัย ที่ทะเยอทะยานจะใช้ชีวิตนอกมหาสุทรที่เธออาศัยอยู่

เงือกน้อยผจญภัย เป็นเรื่องราวของเงือกน้อยอายุ 16 ปี ที่มีชื่อว่า “แอเรียล”เธอคือเจ้าหญิงเงือกน้อยสาวแสนสวย

เงือกน้อยผจญภัย

The Little Mermaid เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1989 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคแรกในภาพยนตร์ชุด เงือกน้อยผจญภัย ภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ เงือกน้อยผจญภัย ภาค 2 ตอน วิมานรักใต้สมุทร เป็นเรื่องราวของเงือกน้อยอายุ 16 ปี ที่มีชื่อว่า “แอเรียล”เธอคือเจ้าหญิงเงือกน้อยสาวแสนสวย ที่ทะเยอทะยานจะใช้ชีวิตนอกมหาสุทรที่เธออาศัยอยู่ หลายครั้งที่เธอขัดคำสั่งคิงไตรตั้นผู้เป็นพ่อ บ่อยครั้งที่เธอท่องมหาสุทรเพื่อสะสมของใช้ของมนุษย์ ไปกับฟลาวเดอร์ปลาน้อย เพื่อนรัก และบ่อยครั้งเหลือเกินที่เธอแอบขึ้นไปบนผิวน้ำ เพื่อฟังคำแนะนำผิด ๆ ถูก ๆ ของสกัตเติ้ลนกนางนวลจอมเซ่อ ซ่า ด้วยความเป็นห่วงแอเรียล คิงไตรตั้นจึงมอบหมายให้ปูสีแดงผู้ชำนาญงานดนตรีชื่อ เซบาสเตียนเป็นผู้ดูแล พฤติกรรมของเธอ ทว่าความใฝ่ฝันของแอเรียลยิ่งดูจะจริงจังมากยิ่งขึ้น เมือ่เธอได้ช่วยชีวิตเจ้าชายอีริคจากอุบัติเหตุพายุกลางมหาสมุทร และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอได้หลงรักกับมนุษย์ ไม่มีใครรู้เรื่องราวในส่วนนี้ของเธอยกเว้น เออซูล่าแม่มดปลาหมึกอันร้ายกาจ เออซูล่าจึงใช้โอกาสนี้ในการหลอกล่อแอเรียลเพื่อให้เธอได้เป็นมนุษย์สมใจอยาก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แอเรียลต้องจูบกับเจ้าชายด้วยความรักจึงจะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ไปตลอดกาล และเออซูล่าก็ไม่ยอมง่าย ๆ เพราะหล่อนมีแผนการอันชั่วร้ายที่จะทำลายชีวิตของ แอเรียลอยู่แล้ว

เนื้อเรื่องย่อ
แอเรียล เงือกสาวแสนสวยที่เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน กับการผจญภัยพร้อมผองเพื่อนที่แสนน่ารักอย่าง ฟลาวเดอร์ และปูคาริบเบียนที่ชอบร้องเพลงสไตล์เรกเก้อย่าง ซาแบสเชี่ยน แอเรียลต้องอาศัยความมุ่งมั่นอย่างมาก ในการทำให้ความฝันเป็นจริง และยังต้องร่วมมือกับเพื่อนๆ เพื่อช่วยเหลือชีวิตพ่อของเธอที่ถูกแม่มดใจร้าย เออร์ซูล่าจับขังไว้โดยการแลกกับเสียงของเธอ

จักรวาลขยายดีซี เป็นชื่ออย่างทางการไม่เป็นทางของแฟรนไชส์สื่อบันเทิงของสัญชาติอเมริกัน

จักรวาลขยายดีซี เป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินได้มากที่สูงสุดลำดับที่สิบเอ็ด

จักรวาลขยายดีซี

DC Extended Universe เป็นชื่ออย่างทางการไม่เป็นทางของแฟรนไชส์สื่อบันเทิงของสัญชาติอเมริกันและจักรวาลร่วมซึ่งได้มีศูนย์กลางอยู่ที่ภาพยนตร์ชุดของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร จัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์บราเธอร์สพิกเจอร์ส โดยจะนำตัวละครที่ปรากฏอยู่ในหนังสือการ์ตูน ที่ได้มาดัดแปลง ที่ได้มีการเริ่มต้นด้วยการข้ามฝั่งระหว่างองค์ประกอบเนื้อเรื่องทั่วไป, สถานที่ตั้ง, นักแสดงและตัวละคร ภาพยนตร์ที่มีการเริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 จนถึงปัจจุบัน โดยวอร์เนอร์บราเธอร์สได้จัดหน่ายภาพยนตร์แล้วแปดเรื่องและยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา จักรวาลขยายดีซีเป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินได้มากสูงสุดลำดับที่สิบเอ็ด โดยที่ทำเงินได้มากกว่า 5.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก ภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดคือ อควาแมน เจ้าสมุทร ทำเงิน 1.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก

แต่ละเรื่องของภาพยนต์ถูกเขียนบทและกำกับแตกต่างกันออกไปและมักจะประกอบไปด้วยนักแสดงที่มากมาย เฮนรี แควิลล์, เบน แอฟเฟล็ก, กัล กาด็อต, เอซรา มิลเลอร์, เจสัน โมมัว, เรย์ ฟิชเชอร์และนักแสดงคนอื่น ๆ ร่วมแสดงในภาพยนตร์หลายเรื่อง ทำให้ผู้สร้างภาพยนตร์มีความเป็นอิสระที่มากขึ้นในการสร้างภาพยนตร์ของแต่ละเรื่อง ไม่เหมือนกับ จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ภาพยนตร์เรื่องแรกของจักรวาลขยายดีซี คือ บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน (2013) ตามมาด้วย แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน แสงอรุณแห่งยุติธรรม (2016), ทีมพลีชีพ มหาวายร้าย (2016), วันเดอร์ วูแมน (2017), จัสติซ ลีก (2017), อควาแมน เจ้าสมุทร (2018), ชาแซม! (2019) และ ทีมนกผู้ล่า กับฮาร์ลีย์ ควินน์ ผู้เริดเชิด (2020) แฟรนไชส์ยังดำเนินต่อไปโดยมี วันเดอร์ วูแมน 1984 จะฉายในปี ค.ศ. 2020, เดอะแบทแมน, เดอะซุยไซด์สควอด และ แบล็ค แอดัม ในปี ค.ศ. 2021 และ ชาแซม! 2, เดอะแฟลช และ อควาแมน 2 ในปี ค.ศ. 2022

ภาพยนต์โกสต์ ไรเดอร์ อเวจีพิฆาต ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นภาคต่อของภาพยนตร์ โกสต์ ไรเดอร์ มัจจุราชแห่งรัตติกาล

ภาพยนต์โกสต์ ไรเดอร์ อเวจีพิฆาต  ซูเปอร์ฮีโร่3 มิติ

ภาพยนต์โกสต์ ไรเดอร์ อเวจีพิฆาต

โกสต์ ไรเดอร์ อเวจีพิฆาต (Ghost Rider: Spirit of Vengeance) ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่3 มิติ ที่โดยอิงจากหนังสือการ์ตูนแนวแอนตี้ฮีโร่สังกัดมาร์เวลคอมิกส์ซึ่งมีชื่อว่า โกสท์ไรเดอร์ ภาพยนตร์ชุดนี้เป็นภาคต่อของภาพยนตร์ โกสต์ ไรเดอร์ มัจจุราชแห่งรัตติกาล ซึ่งนำแสดงโดย นิโคลัส เคจ ที่ได้กลับมาแสดงอีกครั้งในบทของ โกสท์ไรเดอร์ (จอห์นนี่ เบลซ) นอกจากนี้ ยังเป็นภาพยนตร์ชุดที่สองที่เปิดตัวภายใต้ชื่อมาร์เวลไนท์ต่อจาก สง ครามเพชฌฆาตมหากาฬ กำกับภาพยนตร์โดย มาร์ค เนเวลดีน และ ไบรอัน เทย์เลอร์ เขียนบทภาพยนตร์โดย เดวิด เอส. โกเยอร์, สก็อตต์ กิมเปิล และ เซธ ฮอฟแมน ทั้งนี้ โกสต์ ไรเดอร์ อเวจีพิฆาต ได้รับกำหนดการเปิดตัว ณ วันที่ 17 February ค.ศ. 2012

นักแสดงนำ
นิโคลัส เคจ รับบทเป็น จอห์นนี่ เบลซ / โกสท์ไรเดอร์
อิโอนัท คริสเตียน เล็ฟเตอร์ รับบทเป็น จอห์นนี่ เบลซในวัยเด็ก
เฟอร์กัส ริโอดัน รับบทเป็น แดนนี่ เค็ทช์
คิเอเรน ไฮด์ส รับบทเป็น เมฟิสโต้
วิโอลานตี แพลชีโด รับบทเป็น นาดีย่า
อิดรีส เอลบา รับบทเป็น โมเรีย
คริสโตเฟอร์ แลมเบิร์ท รับบทเป็น เมโธเดียส
แอนโธนี่ เฮ้ด รับบทเป็น เบเนดิกต์
จาเซ็ค โคมาน รับบทเป็น เทอโรโคฟ
วินเซ่น รีกัน รับบทเป็น โทม่า นิคาเซวิก
สเปนเซอร์ ไวลด์ดิง รับบทเป็น กรันนิค

การสร้าง
ในวันที่ 9 February ค.ศ. 2007 โปรติวเซอร์ของมาร์เวลชื่อ อาวี อาราด ได้ประกาศที่จะพัฒนา โกสท์ไรเดอร์ 2 ในงานแถลงข่าว ปีเตอร์ ฟอนด้า ยังได้แสดงความปรารถนาที่จะกลับมาแสดงอีกครั้งในบทของเมฟิสโตเฟลเลส ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 นิโคลัส เคจ ยังได้แสดงความสนใจเพื่อที่จะกลับมาแสดงนำในบทของโกสท์ไรเดอร์

ภาพยนต์ เบลด 3 อำมหิต พันธุ์อมตะ เป็นภาพยนตร์ภาคสุดท้ายของภาพยนตร์ไตรภาคชุดเบลด ภาคที่ต่อจาก เบลด 2 นักล่าพันธุ์อมตะ

ภาพยนต์ เบลด 3 อำมหิต พันธุ์อมตะ เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่ต่อจาก เบลด 2 นักล่าพันธุ์อมตะ

ภาพยนต์ เบลด 3 อำมหิต พันธุ์อมตะ

เบลด 3 อำมหิต พันธุ์อมตะ ( Blade:Trinity) เป็นภาพยนตร์ภาคสุดท้ายของภาพยนตร์ไตรภาคชุดเบลด ที่ออกฉายเมื่อในปี ค.ศ. 2004 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่ต่อจาก เบลด 2 นักล่าพันธุ์อมตะ กำกับภาพยนตร์และเขียนบทโดย เดวิด เอส. โกเยอร์ นำแสดงโดย เวสลี่ย์ สไนปส์ รับบท เบลด สำหรับเสียงพากย์ ให้เสียงโดย ทีมพากย์พันธมิตร

เนื้อเรื่อง
จากเหตุการณ์นี้ที่ผ่านมาทั้งสองภาค เหล่าแวมไพร์ที่ไม่เคยเอาชนะนักล่าอย่าง เบลด เจ้าของฉายา The Daywalker ได้เลยสักครั้ง กับดักสุดท้ายที่เบลดต้องเผชิญก็คือ เดร็ค ราชันย์แห่งแวมไพร์ ที่ถูกพัฒนามาจนถึงขั้นสุดยอด จนยากที่จะต้านทานไหว ผู้กุมโครงสร้างหลักของโลกมนุษย์ แผนของเดร็คคือ การปล่อยข่าวสร้างให้เบลดก็เลยต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆ่าต่อเนื่องอันสยดสยอง!! และเป็นที่โชคร้ายของเบลด เมื่อทุกคนหลงเชื่อ!! ทั้งเหล่ามนุษย์และแวมไพร์ จึงให้ระดมกำลังเพื่อไล่ล่าตามจับเขา ถึงคราวที่เบลดต้องยอมรับความช่วยเหลือจาก The Nightstalkers ทีมมนุษย์ล่าแวมไพร์ที่เขาเคยดูถูกอย่าง แฮนนิบาล คิง และ อะบิเกล วิสเลอร์ ลูกสาวของ ดร.วิสเลอร์ ผู้มีพระคุณของเขานั่นเอง

ภาพยนต์ พาวเวอร์เรนเจอร์ เป็นละครทีวีซีรีส์ของอเมริกาโดยเป็นการนำผลงานละครโทรทัศน์ชุดของญี่ปุ่น

ภาพยนต์ พาวเวอร์เรนเจอร์  เป็นกลุ่มฮีโร่ที่สวมชุดสูทต่อสู้และหน้ากากหลากสีรวมตัวกันเป็นทีมหนึ่ง

ภาพยนต์ พาวเวอร์เรนเจอร์

พาวเวอร์เรนเจอร์ (Power rangers)เป็นละครทีวีซีรีล์ของประเทศอเมริกาโดยเป็นการนำผลงานละครโทรทัศน์ชุดของญี่ปุ่นซูเปอร์เซ็นไตซีรีส์ เพื่อนำมาทำใหม่ในรูปแบบฉบับของอเมริกา และสามารถทำรายได้มากว่าน 6ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั่วโลก

ประวัติในแต่ละยุค
เป็นยุคเริ่มต้น อาฮิม ซาบัน ที่ได้ยอดเยี่ยมประเทศญี่ปุ่นในเมื่อปี ค.ศ. 1984 (บางสื่อก้กล่าวว่าเป็นปี ค.ศ.1985) ที่เขาได้รับความสนใจและชมละครโทรทัศน์ ชุดซูเปอร์เซ็นไตซีรีส์

ในเมื่อปี ค.ศ. 1985 ซาบัน เอนเตอร์เทนเมนต์ (หรือซาบัน โปรดักส์ชัน) ที่ได้รับสิทธิ์ในการออกอากาศซูเปอร์เซ็นไตซีรีส์ไปทั่วโลก (ยกเว้นประเทศในทวีปเอเชีย) ในราคา 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐต่อตอน โดยการวางแผนที่จะนำ ขบวนการซูเปอร์อิเล็กตรอน ไบโอแมน มาทำในเวอร์ชันพากย์ภาษาอังกฤษ แต่ว่า Shuki Levy คัดค้านในการทำ และให้ทำถ่ายทำใหม่ในประเทศสหรัฐและนำฉากในบางส่วนของต้นฉบับมาทำเป็นตอนไพล็อตโดยใช้ชื่อว่า Bioman และได้เสนอออกขายให้กับสถานีในประเทศในการออกอากาศ แต่ว่ายังไม่ผ่าน

ในปีต่อมา มาร์กาเร็ต รอร์ช ประธานบริษัทเครือข่ายโทรทัศน์ฟ็อกซ์ จากช่อง Fox Kids ได้ขอเสนอให้กับ อาฮิม ซาบัน ออกอากาศด้วยเหตุผลว่า ต้องการอะไรที่แตกต่างกับรูปแบบเดิม เพื่อขายแอนิมชันของประเทศยุโรปออกอากาศ แต่ว่า Bioman กลับเป็นงานที่ซาบันไม่ชอบ รอร์ชคิดว่าจะออกอากาศ แต่ด้วยทีมนักแสดงของ Bioman ที่เล่นบทบาทใหม่ไม่ได้ จึงทำให้ถูกพับและทำรายการทีวีใหม่ไป

ภาพยนตร์ The New Mutants เป็นที่จะเกิดขึ้นอเมริกันหนังสยองขวัญ ซึ่งยึดติดกับตัวละครในหนังสือการ์ตูนเนื่องจากมีการอบรมทางศาสนาอย่างเข้มงวด

ภาพยนตร์ The New Mutants เรื่องนี้หลังจากคุยเรื่องภูมิหลังทางศาสนาของตัวละคร

ภาพยนตร์ The New Mutants

ใหม่ Mutantsเป็นที่จะเกิดขึ้นอเมริกันหนังสยองขวัญในรูปแบบซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของ Marvel Comicsทีมที่มีชื่อเดียวกันและจัดจำหน่ายโดยศตวรรษที่ 20 สตูดิโอ มันมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นงวดของ X-Menภาพยนตร์ซีรีส์ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยจอร์ชบูนจากบทภาพยนตร์โดยตัวเองและ Knate ลีและดวงดาวไมซี่วิลเลียมส์ , Anya Taylor-Joy ,ชาร์ลี Heaton ,อลิซบราก้า ,บลูล่าและเฮนรี่ Zaga ในภาพยนตร์กลุ่มนักกลายพันธุ์หนุ่ม

จัดขึ้นในสถานที่ลับการต่อสู้เพื่อช่วยตัวเอง  Boone และ Lee เริ่มทำงานในภาพยนตร์เรื่องแรกหลังจาก Boone เล่นThe Fault in Our Stars (2014) ทั้งคู่ขว้างภาพยนตร์ไตรภาคที่มีศักยภาพให้กับผู้ผลิตX-Men อย่างSimon Kinbergและในเดือนพฤษภาคม 2558 ได้มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในโครงการ เทย์เลอร์จอยและวิลเลียมส์มีข่าวลือว่าจะเข้าฉายในเดือนมีนาคม 2559 และได้รับการยืนยันในอีกหนึ่งปีต่อมาเมื่อนักแสดงที่เหลือกรอก สถานที่ถ่ายทำในบอสตัน , แมสซาชูเซต , ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2017 ส่วนใหญ่ที่โรงพยาบาลรัฐ Medfieldกับเมษายน 2018 เปิดตัวในใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้ล่าช้าออกไปในขณะที่กำลังวางแผนการถ่ายทำอีกครั้งและดิสนีย์ก็เริ่มกระบวนการรับซื้อ บริษัท ผู้ผลิตศตวรรษที่ 20 ฟ็อกซ์. หลังจากการซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์เนก็กลับไปทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้และมันก็เสร็จสมบูรณ์โดยไม่ต้องถ่ายทำในเดือนมีนาคม 2563 ใหม่ Mutantsมีวันที่วางจำหน่ายหลายตั้งแต่มันถูกประกาศครั้งแรกและได้รับการกำหนดไว้มากที่สุดเมื่อเร็ว ๆ นี้สำหรับการเปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2020 ดิสนีย์ฟิล์มลบออกจากตารางที่มีนาคม 2020 เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโรค 2019-20 coronavirusกับ ความตั้งใจในการจัดตารางใหม่สำหรับภาพยนตร์ในภายหลัง 2020 Boone กล่าวว่าไตรภาคเดิมที่วางแผนไว้ไม่น่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากMarvel Studiosของ Disney ได้รับการควบคุมตัวละคร

สถานที่ตั้ง
เด็กกลายพันธุ์ห้าคนเพิ่งค้นพบความสามารถของพวกเขาในขณะที่อยู่ในสถานที่ลับกับความประสงค์ของพวกเขาต่อสู้เพื่อหนีบาปในอดีตและช่วยตัวเอง

การพัฒนา
หลังจากเสร็จงานในภาพยนตร์เรื่อง 2014 The Fault in Our Starsสำหรับศตวรรษที่ 20 Foxผู้กำกับJosh Boone ได้สร้างหนังสือการ์ตูนกับ Knate Lee เพื่อนที่ดีที่สุดในวัยเด็กของเขาโดยใช้แผงจากChris Claremontและการ์ตูนใหม่ของBill Sienkiewiczเพื่อแสดงให้เห็นว่า

ตอนจบปรับตัวการ์ตูนเหล่านั้นจะเป็นเช่นนั้น ทั้งคู่เป็นแฟนตัวละครที่เติบโตขึ้นมาโดยที่โบเน่เรียกเรื่องนี้ว่า “มืดมนน่าสนใจและแตกต่างจากเรื่องราวX-Menทั่วไปที่เราได้อ่าน” Boone และ Lee นำการ์ตูนไปให้Simon Kinbergหนึ่งในผู้อำนวยการสร้างซีรีส์X-Menใคร “ชอบมาก”ในเดือนพฤษภาคมปี 2015 ฟ็อกซ์สรุปข้อตกลงที่จะมีเนโดยตรงใหม่กลายพันธุ์จากสคริปต์ด้วยตัวเองและลีกับ Kinberg และลอเร็นชูเลอร์ดอน เนอร์ ผลิต ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับเอกเทศที่ขยายเอกภพของแฟรนไชส์X-Men ในขณะที่ทำงานในร่างแรกของสคริปต์เนส่งมันและความคิดของเขาสำหรับภาพยนตร์ที่จะ Sienkiewicz ใครจะคิดว่าเน “ได้มันคิดออก” และไม่ได้เป็นเพียงการคัดลอกการ์ตูน การอัพเดทสถานะของภาพยนตร์ในเดือนมีนาคม 2559 Kinberg กล่าวว่า Boone และ Lee กำลังทำงานกับสคริปต์และเช่นเดียวกับDeadpool (2016) ภาพยนตร์เรื่องนี้จะแตกต่างจากภาพยนตร์X-Menหลัก”อาจจะไม่แตกต่างกันDeadpoolแต่มันมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง Kinberg กล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีผู้ใหญ่ “vibe” และมีศักยภาพสำหรับตัวละครที่เห็นในภาพยนตร์ก่อนหน้านี้จะปรากฏขึ้นเช่นWarpath , SunspotและProfessor Xที่ทุกคนมีความผูกพันกับ Mutants ใหม่ในการ์ตูน [14]ในเวลานั้นมีรายงานว่าMaisie WilliamsและAnya Taylor-Joyถูกมองไปที่ดาวในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นRahne Sinclair / WolfsbaneและIllyana Rasputin / Magikตามลำดับ ส่วนที่เหลือของทีมชื่อที่คาดว่าจะประกอบด้วยตัวอักษรแซม Guthrie / ลูกกระสุนปืนใหญ่โรแบร์โตดาคอสตา / ฉายและแดเนียลมูนสตาร์ / มิราจ [15]ฉายก่อนหน้านี้ปรากฏในX-Men: วันแห่งอดีตอนาคตภาพโดยอาดันแคนโตที่ไม่ได้รับการยืนยันที่จะกลับมาสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่ เจมส์แม็คอวอยซึ่งเป็นภาพศาสตราจารย์เอ็กซ์ในหลายก่อนหน้านี้X-Menหนังก็บอกว่าจะมีบทบาทสำคัญในการนี้ควบคู่ไปกับอเล็กซานด Shippที่คาดว่าจะแก้แค้นบทบาทของStormจากX-Men: Apocalypse (2016) ในเดือนพฤษภาคม 2559 Kinberg ยืนยันว่าสคริปต์ดังกล่าวรวมถึงศาสตราจารย์ X และกล่าวถึงความหวังของเขาในการถ่ายทำที่จะเริ่มต้นในต้นปี 2560 ในเดือนสิงหาคมนั้นทีมผู้มีตำแหน่งของทีมได้ขยายตัวเพื่อรวมตัวละครWarlockในขณะที่Scott NeustadterและMichael H. Weber – ใครทำงานกับ Boone เขียนThe Fault in Our Stars— กำลังทำงานกับร่างบทใหม่ของสคริปต์ขณะที่ Boone และ Lee กำลังยุ่งอยู่กับโครงการอื่น ในเดือนพฤศจิกายนรายงานการคัดเลือกนักแสดงจากวิลเลียมส์และเทย์เลอร์ – จอยเชื่อว่าถูกต้องและแน็ตวูล์ฟกำลังมองหาบทบาทของลูกกระสุนปืนใหญ่หลังจากทำงานร่วมกับ Boone ในThe Fault in Stars. ตัวละครDemon Bearถูกกำหนดให้เป็นศัตรูตัวหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยมีเป้าหมายที่จะเป็น ” สตีเฟ่นคิงพบจอห์นฮิวจ์ ” ภาพยนตร์แนวสยองขวัญสไตล์ ” . เนเร็ว ๆ นี้ตั้งข้อสังเกตว่าปีศาจหมีเป็นคนร้ายส่วนบุคคลมากสำหรับเขาเป็นเด็กในขณะที่เขา “ได้รับการเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ศาสนามากพวกเขาเป็นผู้สอนศาสนา ภาคใต้แบ็บติสต์และพวกเขาเชื่อในความปลาบปลื้มใจที่พวกเขาเชื่อว่าปีศาจเป็นจริง พวกเขาเชื่อในปีศาจ ”  ถ่ายรูปเริ่ม 10 กรกฏาคม 2017 ในบอสตันภายใต้ชื่องาน เจ็บปวด Peter Demingทำหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพในภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนใหญ่ของภาพยนตร์ที่ถูกยิงที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลรัฐ Medfieldที่เนกล่าวว่าสมาชิกทุกคนลูกเรือได้ “สิ่งแปลกเกิดขึ้นกับพวกเขา” Boone ต้องการใช้เอฟเฟกต์เชิงปฏิบัติให้ได้มากที่สุดเพื่อทำให้ภาพยนตร์รู้สึกเหมือนหนังสยองขวัญที่เขาเติบโตมาด้วย ยกตัวอย่างเช่นเขามีนักแสดงที่ผลักดันแผ่นแปนเด็กซ์เพื่อสร้างผลของตัวเลขการผลักดันผ่านผนังของห้องพักที่เทคนิคที่เกิดขึ้นโดยเวสคราเวน ร้อยละสิบของภาพยนตร์ที่ใช้หน้าจอสีเขียว เกี่ยวกับชุดของภาพยนตร์เรื่องนี้เนอธิบายว่าสคริปต์ที่ได้รับการเขียนอีกครั้งหลังจากความล้มเหลวของคติที่จะตั้งในระหว่างวันที่ทันสมัยมากกว่าในปี 1980 ซึ่งเป็นเหตุผลที่ศาสตราจารย์เอ็กซ์และพายุถูกตัดออกจากภาพยนตร์เรื่อง Boone รู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เนื่องจากที่ตั้งที่ จำกัด และไม่มีเทคโนโลยีหมายถึง “มันอาจจะเป็นยุค 80 ในแง่ของการตั้งค่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวของเรามากนัก” ประธานและซีอีโอของ Fox Stacey Sniderบรรยายเพิ่มเติมเกี่ยวกับฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยอธิบายว่าเป็นสถานกักกันอาหารเช้าที่ข้ามกับสถาบันรังของ Cuckoo เธออธิบายถึงประเภทของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นบ้านผีสิงที่มีกลุ่มวัยรุ่นฮอร์โมนเราไม่เคยเห็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่มีประเภทเหมือนThe Shiningมากกว่า’เราเป็นวัยรุ่นช่วยกันรักษาโลกไว้’ ” บูนเสริมว่าเขาได้รับอิทธิพลจากA Nightmare บน Elm Street 3: Dream Warriors (1987);อธิบายว่าเวทถือว่าแพงเกินไปที่จะพรรณนางบประมาณของภาพยนตร์ แต่อาจปรากฏในภาคต่อ;และชี้แจงว่าปีศาจหมีจะไม่เป็นศัตรูหลักของภาพยนตร์ แต่ตัวละครนั้นจะปรากฏขึ้นและภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น “แรงบันดาลใจอย่างมาก” โดยส่วนโค้งของหนังสือการ์ตูนที่ตัวละครนั้นเป็นตัวร้ายหลักการถ่ายทำสิ้นสุดลงในวันที่ 16 กันยายน 2017 การถ่ายภาพหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกอธิบายว่า “เครียด” สำหรับ Boone ซึ่งรู้สึกว่า “ทำหมันเล็กน้อย” ในระหว่างกระบวนการเนื่องจากต้องลดทอนภาพยนตร์จากต้นฉบับของเขา “เต็ม” ความคิดสยองขวัญ

ภาพยนต์เรื่อง Morbius เป็นที่จะเกิดขึ้นอเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของมหัศจรรย์การ์ตูนตัวละคร

ภาพยนต์เรื่อง Morbius เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามในโซนี่อัศจรรย์จักรวาล

ภาพยนต์เรื่อง Morbius

Morbiusเป็นที่จะเกิดขึ้นอเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของมหัศจรรย์การ์ตูนตัวละครที่มีชื่อเดียวกันที่ผลิต

โดยโคลัมเบียพิคเจอร์ร่วมกับมาร์เวลและจัดจำหน่ายโดย Sony Pictures ปล่อย มันมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามในโซนี่อัศจรรย์จักรวาล ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Daniel Espinosaจากสคริปต์โดย Matt Sazama & Burk Sharplessและ Art Marcum & Matt Hollowayและดาว Jared Letoขณะที่ Michael Morbius ข้าง Matt Smith , Adria Arjona , Jared Harris, อัลมาดริกัลและไทรีสกิ๊บสัน ในภาพยนตร์มอร์เบียสกลายเป็นแวมไพร์ประเภทหนึ่งหลังจากพยายามรักษาตัวเองจากโรคเลือดที่หายากหลังจากประกาศแผนการสำหรับภาพยนตร์จักรวาลใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครสไปเดอร์แมนที่เริ่มต้นด้วยVenom (2018) โซนี่ได้รับการเปิดเผยว่ากำลังพัฒนาภาพยนตร์หนึ่งเรื่องจาก Morbius Sazama และ Sharpless เขียนสคริปต์ในเดือนพฤศจิกายน 2560 โดย Marcum และ Holloway เข้าร่วมในภายหลัง Leto และ Espinosa เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2018 เริ่มทำงานอย่างจริงจังในช่วงปลายปีที่มีการคัดเลือกนักแสดงต่อไปข้างหน้าของการเริ่มต้นการผลิตในกุมภาพันธ์ 2019 ในกรุงลอนดอน การถ่ายทำได้รับการยืนยันว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2562Morbiusมีกำหนดที่จะเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 19 มีนาคม 2021 ล่าช้าจากเริ่มต้นกรกฎาคม 2020 วันที่ปล่อยเนื่องจากการระบาดใหญ่ของโรค 2019-20 coronavirus

การพัฒนา
Artisan บันเทิงประกาศข้อตกลงกับมหัศจรรย์บันเทิงพฤษภาคม 2000 เพื่อร่วมผลิต, การเงิน, และจัดจำหน่ายภาพยนตร์หลายขึ้นอยู่กับมหัศจรรย์การ์ตูนตัวอักษรรวมถึงMorbius, ชีวิตแวมไพร์ ในเดือนพฤษภาคม 2560 โซนี่ประกาศแผนอย่างเป็นทางการสำหรับจักรวาลที่ใช้ร่วมกันใหม่ที่ชื่อว่า ” Sony’s Marvel Universe ” เพื่อนำเสนอคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับSpider-Man โดยเริ่มจากVenomในเดือนตุลาคม 2018 ในเดือนพฤศจิกายนMatt Sazama และ Burk Sharplessส่ง สคริปต์สำหรับ Sony สำหรับMorbius ที่มีศักยภาพภาพยนตร์หลังจาก “กระบวนการพัฒนาลับ” ที่สตูดิโอสำหรับตัวละคร จาเร็ดเลโตกลายเป็น “คับติด” กับโครงการเพื่อแสดงเป็นดาราในชื่อบทบาท แต่จะไม่ยอมผูกมัดกับภาพยนตร์เรื่องนี้จนกว่าเขาจะมีความสุขกับทิศทางที่มันกำลังจะเกิดขึ้น; เลโตขอพบกับผู้กำกับหลายคนที่ Sony มองหาภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพยนต์เรื่อง X-เม็น รวมพลังประจัญบาน เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ของภาพยนตร์

ภาพยนต์เรื่อง X-เม็น รวมพลังประจัญบาน ที่ไม่ได้กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์ สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนเรื่องเอ็กซ์เมน โดยแจ็ค

ภาพยนต์เรื่อง X-เม็น รวมพลังประจัญบาน

X-เม็น รวมพลังประจัญบาน (อังกฤษ: X-Men: The Last Stand) เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ของภาพยนตร์ชุด X-เม็น เป็นภาพยนตร์เอ็กซ์เมนเรื่องแรกที่ไม่ได้กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์ สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนเรื่องเอ็กซ์เมน โดยแจ็ค เคอร์บี้ และ สแตน ลี นำแสดงโดยฮิว แจ็กแมน, ฮัลลี เบอร์รี, เอียน แม็กเคลเลน, ฟัมเกอ ยันส์เซิน, แอนนา แพควิน, เคลซี่ แกรมเมอร์, เจมส์ มาร์สเดน, รีเบคก้า โรมิจิน-สเตมอส, ชอว์น แอชมอร์, อารอน สแตนฟอร์ด, วินนี่ โจนส์, แพทริค สจ๊วต

ภาพยนตรเรื่องนี้ออกฉายรอบปฐมทัศน์ในวันที่25 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 และออกฉายรอบทั่วไปในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549

เรื่องย่อ
รัฐบาลได้ทำการประกาศว่ามียารักษาพวกมนุษย์กลายพันธุ์ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่แม็กนีโต้ไม่ยอมจึงส่งมิสทีคไปฆาตกรรมนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นยา หลังจากการหายสาปสูญของจีน เกรย์ สก็อตต์ ซัมเมอร์รู้สึกถึงพลังของจีน เกรย์ที่ทะเลสาบแห่งหนึ่ง จึงได้ขี่มอเตอร์ไซด์ไปที่แม่น้ำแห่งหนึ่งและได้พบกับจีน จีนได้สั่งให้สก็อตต์ถอดแว่นตา สก็อตต์แว่นตาและจูบกับจีนที่ทะเลสาบแต่เกิดระเบิดขึ้นที่นั่นสก็อตต์เสียชีวิต จีนหมดสติ จนศาสตราจารย์ เอ็กซ์มาพบเข้าและพากลับไปที่คฤหาสถ์ ศาสตราจารย์ เอ็กซ์ได้บอกกับโลแกนว่าจีนอาจจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมพลังของเธอไม่มีขีดจำกัดดั่งนกฟินิกซ์ที่ทำตามสัญชาตญาณของตัวเอง โลแกนได้เฝ้าจีนอยู่ ต่อมาจีนฟื้นขึ้นมาและมีเพศสัมพันธุ์กัน เขาได้พบว่าจีนเปลี่ยนไปจากคนใจเย็น จิตใจดีเป็นคนใจร้อน อารณ์รุนแรง จีนได้ถล่มคฤหาสถ์และหนีกลับบ้านของพ่อแม่ของเขา ซึ่งไม่ได้อยู่ที่บ้าน อีกด้านหนึ่งมิสทีคได้ถูกพวกรัฐบาลจับและถูกโดยสารในรถบรรทุก แต่แม็กนีโต้ได้มาช่วยเหลือหล่อนไว้ และช่วยจักเกอร์น็อตไว้ แต่มิสทีคถูกฉีดยาที่ทำให้กลับมาเป็นมนุษย์ แม็กนีโต้จึงทิ้งมิสทีคไว้ในรถบรรทุก เขารวบรวมพวกมนุษย์กลายพันธุ์ที่ไม่เห็นด้วยกับการกลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดา รวมถึงจีน เกรย์ทีเปลี่ยนไป ศาสตราจารย์ เอ็กซ์,โลแกนกับสตอร์มก็ได้เดินทางไปหาจีนที่บ้านของเขาเช่นเดียวกับแม็กนีโต้ โลแกนกับสตอร์มถูกจักเกอร์นอตอัดจนสู้ไม่ได้ ศาสตราจารย์ เอ็กซ์ถูกจีนฆ่าตาย จีนเข้าร่วมกับพวกแม็กนีโต้เพื่อช่วยกันล้มล้างมนุษย์และพวกมนุษย์กลายพันธุ์ที่ต่อต้าน โลแกนรวบรวมทีมเอ็กซ์เมนที่เหลืออยู่ได้แก่สตอร์มโคลอสซัสไอซ์แมนโร้คบีสต์ชาโดว์แคทและแองเจิลเป็นต้น. โลแกนกับบีสต์ได้ฉีดยาที่ทำให้กลับมาเป็นมนุษย์ธรรมดาให้กับแม็กนีโต้ แม็กนีโต้กลายเป็นคนธรรมดา โลแกนได้สังหารจีนเกรย์หรือฟินิกซ์ ฝ่ายแม็กนีโต้ได้พ่ายแพ้ทีมเอ็กซ์เมน แต่ความลับถูกเปิดเผยศาสตราจารย์ เอ็กซ์ยังไม่ตายแต่ร่างกายบาดเจ็บสาหัส ส่วนแม็กนีโต้ก็ได้นั่งอยู่ในสวนสาธารณะ และโบกมือไปมาเพื่อให้หมากรุกเหล็กขยับแต่ก็ไม่สำเร็จ

นักแสดง
ฮิว แจ็กแมน เป็น โลแกน / วูล์ฟเวอรีน
ฮัลลี เบอร์รี เป็น โอโรโร่ มันโร / สตอร์ม
เอียน แม็กเคลเลน เป็น อีริค แลนเชอร์ / แม็กนีโต้
ฟัมเกอ ยันส์เซิน เป็น จีน เกรย์ / ฟินิกซ์ / ดาร์ค ฟินิกซ์
ฮาร์ลีย์ แรม เป็น จีน เกรย์ ในวัยเด็ก
แอนนา แพควิน เป็น แอนนา มารี / โร้ค
เคลซี่ แกรมเมอร์ เป็น ดร.แฮงค์ แม็คคอย / บีสต์
เจมส์ มาร์สเดน เป็น สก็อตต์ ซัมเมอร์ / ไซคลอปส์
รีเบคก้า โรมิจิน-สเตมอส เป็น เรเวน ดาร์คโฮลม์ / มิสทีค
ชอว์น แอชมอร์ เป็น บ๊อบบี้ เดรค / ไอซ์แมน
อารอน สแตนฟอร์ด เป็น จอห์น อัลเลอร์ดิซ / ไพโร
วินนี่ โจนส์ เป็น เคน มาร์โก้ / จักเกอร์น็อต
แพทริค สจ๊วต เป็น ชาร์ล เซเวียร์ / ศาสตราจารย์ เอ็กซ์
เอลเลน เพจ เป็น คิตตี้ ไพรด์ / ชาโดว์แคท
เบน ฟอสเตอร์ เป็น วอร์เร็น เวิร์ทธิงตัน ที่สาม / แองเจิล
เคย์เด็น บอยด์ เป็น วอร์เร็น เวิร์ทธิงตัน ที่สาม วัยเด็ก
เดเนีย รามิเรซ เป็น คาลลิสโต
ไมเคิล เมอร์ฟี่ย์ เป็น วอร์เร็น เวิร์ทธิงตัน ที่สอง
ชอเรฮ์ อักดัชโล่ เป็น ดร.คาวิต้า ราโอ
โจเซฟ ซอมเมอร์ เป็น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
บิล ดุ๊ค เป็น เลขานุการ ทราสค์
แดเนียล คัดมอร์ เป็น ปีเตอร์ “นิโคเลวิทศ์” รัสปูติน / โคลอสซัส
อีริค เดน เป็น เจมี่ แม็ดร็อกซ์ / มัลติเพิลแมน…

ภาพยนต์ พิษ 2 เป็นที่จะเกิดขึ้นอเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ ภาพยนตร์เรื่องที่สองใน Marvel Universe ของ Sonyและภาคต่อของ Venom (2018)

ภาพยนต์ พิษ 2 แผนการสำหรับภาคต่อพิษเริ่มต้นขึ้นในระหว่างการผลิตในภาพยนตร์เรื่องนี้โดย Harrelson

ภาพยนต์ พิษ 2

พิษ 2เป็นที่จะเกิดขึ้นอเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของมหัศจรรย์การ์ตูนตัวละครพิษที่ผลิตโดยโคลัมเบียพิคเจอร์ร่วมกับมาร์เวล

จัดจำหน่ายโดย Sony Pictures Releasingตั้งใจจะเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองใน Marvel Universe ของ Sonyและภาคต่อของ Venom (2018) ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Andy Serkisจากบทภาพยนตร์โดย Kelly Marcelและนำแสดงโดย Tom Hardyขณะที่ Eddie Brock / Venomร่วมกับ Woody Harrelson , Michelle Williams, เรดสกอตต์และนาโอมิแฮร์ริส แผนการสำหรับภาคต่อพิษเริ่มต้นขึ้นในระหว่างการผลิตในภาพยนตร์เรื่องนี้โดย Harrelson ได้แสดงบทสรุปในฐานะCletus Kasadyในตอนท้ายของVenomโดยมีเจตนาที่จะเล่นบทวายร้ายในภาคต่อที่มีศักยภาพ งานเริ่มขึ้นในเดือน มกราคม 2562 โดยฮาร์ดี้และฮาร์เคลสันยืนยันที่จะกลับมาพร้อมกับมาร์เซลในฐานะนักเขียน Serkis ได้รับการว่าจ้างในเดือนสิงหาคม การถ่ายทำเกิดขึ้นที่Leavesden Studios  ในอังกฤษตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยมีการถ่ายทำเพิ่มเติมที่ซานฟรานซิสโกในเดือนกุมภาพันธ์ Venom 2ได้รับการปล่อยตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2020

การผลิต

พัฒนาการ
ในช่วงการพัฒนาที่ยาวนานของภาพยนตร์พิษปี 2561 คาดว่าตัวละครคาร์เนจจะปรากฏตัวเป็นศัตรู ในช่วงก่อนการผลิตบนแผ่นฟิล์มที่ทีมงานสร้างสรรค์ตัดสินใจที่จะไม่รวมถึงตัวละครเพื่อให้พวกเขาได้มุ่งเน้นการแนะนำตัวละครเอก เอ็ดดี้บร็อคและพิษ ผู้อำนวยการRuben Fleischerรู้สึกว่าการทิ้งตัววายร้ายที่น่าเกรงขามที่สุดของ Venom ไว้สำหรับภาคต่อจะให้แฟรนไชส์ ​​”a place to go”และจะเป็นขั้นตอนต่อไปตามธรรมชาติดังนั้นCageus Kasady ของ Carnageจึงถูกแนะนำในฉากกลางสินเชื่อในตอนท้ายของหนังเรื่องแรกที่มีความตั้งใจที่จะนำเขาไปแสดงในภาคต่อ Fleischer ต้องการที่จะแสดงWoody Harrelsonในบทบาทรู้สึกว่ามี “การเชื่อมต่อตามธรรมชาติ” ระหว่างตัวละครกับการแสดงของ Harrelson ในNatural Born Killers (1994) และถาม Harrelson ในขณะที่ทั้งคู่คุยกันเรื่องภาคต่อของZombieland (2009) หลังจากพบกับ Fleischer และTom Hardy – ใครรับบทเป็น Brock and Venom— สำหรับอาหารค่ำ Harrelson ตกลงที่จะเข้าร่วม  Harrelson อธิบายการตัดสินใจของเขาในฐานะลูกเต๋าเนื่องจากเขาไม่สามารถอ่านสคริปต์สำหรับภาคต่อก่อนที่จะเซ็นสัญญากับภาพยนตร์เรื่องแรกในเดือนสิงหาคม 2018 ไปข้างหน้าของพิษ’ปล่อยให้เป็นอิสระ Hardy ยืนยันว่าเขาได้ลงนามเพื่อดาวในสองภาค  ในตอนท้ายของพฤศจิกายน 2561 โซนีให้ 2 ตุลาคม 2563 วันที่ปล่อยให้สืบเนื่องชื่อมหัศจรรย์ที่เชื่อว่าจะเป็นพิษ 2 ซึ่งจะวางภาพยนตร์ในเวลาเดียวกันเป็นพิษครั้งแรก; นักวิเคราะห์บ็อกซ์ออฟฟิศเชื่อว่าพิษนั้นประสบความสำเร็จมากพอที่จะรับประกันผลสืบเนื่อง หนึ่งเดือนต่อมาพิษนักเขียนเจฟฟ์พิงค์เนอร์ยืนยันว่าเป็นผลสืบเนื่องคือ “สิ่งที่เกิดขึ้น” แต่เขาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเขียนที่จุดนั้น Fleischer กล่าวย้ำอีกครั้งโดยบอกว่าเขาไม่สามารถพูดถึงเรื่องภาคต่อ แต่เขาเห็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชื่อ Brock and Venom

ภาพยนตร์ บิ๊กฮีโร่ 6 ประเภทคอมพิวเตอร์แอนิเมชันสามมิติแนวตลก, ผจญภัย, ซูเปอร์ฮีโร่

ภาพยนตร์ บิ๊กฮีโร่ 6 เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันลำดับที่ 54 ของภาพยนตร์ในชุดแอนิเมชันคลาสสิกของวอลต์ดิสนีย์

ภาพยนตร์ บิ๊กฮีโร่ 6

บิ๊กฮีโร่ 6 (อังกฤษ: Big Hero 6) เป็นภาพยนตร์ประเภทคอมพิวเตอร์แอนิเมชันสามมิติแนวตลก, ผจญภัย, ซูเปอร์ฮีโร่ ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2557 อำนวจการสร้างโดยวอลต์ดิสนีย์แอนิเมชันสตูดิโอส์และจัดจำหน่ายโดยวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันลำดับที่ 54 ของภาพยนตร์ในชุดแอนิเมชันคลาสสิกของวอลต์ดิสนีย์ ได้แรงบันดาลใจจากทีมซูเปอร์ฮีโร่ในชื่อเดียวกันจากมาร์เวลคอมิกส์[4] ภาพยนตร์กำกับโดยดอน ฮอลล์ และคริส วิลเลียมส์ เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มผู้มีความสามารถพิเศษในการประดิษฐ์หุ่นยนต์ชื่อฮีโร่ ฮามาดะที่ได้รวมทีมซูเปอร์ฮีโร่ในการต่อสู้กับตัวร้ายที่สวมหน้ากาก นักพากย์เสียงตัวละครหลักได้แก่ ไรอัน พอตเตอร์, สก็อตต์ แอดซิท, แดเนียล เฮนนีย์, ที.เจ. มิลเลอร์, เจมี่ ชุง, เดมอน เวย์นส์ จูเนียร์, และ เจเนซิส โรดริเกวซ

บิ๊กฮีโร่ 6 เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกที่ดัดแปลงจากการ์ตูนของมาร์เวลคอมิกส์ ซึ่งมาเป็นบริษัทลูกในเครือของบริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 [5]

บิ๊กฮีโร่ 6 ออกฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว ครั้งที่ 27 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557 และในเทศกาลภาพยนตร์อาบูดาบี ในระบบสามมิติ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ภาพยนตร์ได้ออกฉายในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 และได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลาม[6][7] ทำรายได้ทั่วโลกมากกว่า 546 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชนะเลิศรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม และเคยได้รับการเสนอชือเข้าชิงรางวัลแอนนี่ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม และรางวัลแบฟตา สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม

ในประเทศไทย บิ๊กฮีโร่ 6 ได้ออกฉายรอบสื่อมวลชนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ออกฉายรอบพิเศษหลัง 13.00 น. ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557 และออกฉายจริงเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557
เนื้อเรื่อง
ฮีโร่ ฮามาดะ เป็นอัจฉริยะด้านหุ่นยนต์อายุ 14 ปีที่อาศัยในเมืองซานฟรานโซเกียว และมักใช้เวลาไปกับการนำหุ่นยนต์ที่ตนประดิษฐ์ไปพนันแข่งขันด้วยการต่อสู้กับหุ่นยนต์ของคนอื่น ทาดาชิผู้เป็นพี่ชายกลัวว่าฮีโร่จะนำความสามารถที่มีไปใช้อย่างไร้ประโยชน์ จึงได้พาฮีโร่ไปที่สถาบันเทคโนโลยีที่ตนเรียนอยู่ ที่นั่นฮีโร่ได้พบกับเพื่อนของทาดาชิคือ โกโก้, วาซาบิ, ฮันนี่เลมอน, และเฟรด ทั้งยังได้พบกับเบย์แม็กซ์ หุ่นยนต์นักดูแลสุขภาพที่ทาดาชิประดิษฐ์ขึ้นมา ฮีโร่สนใจจะเข้าเรียนที่สถาบัน จึงได้ทำโครงงานประดิษฐ์ฝูงหุ่นยนต์ขนาดจิ๋วเรียกว่าไมโครบอทที่สั่งงานได้โดยใช้เพียงจินตนาการในสมอง และได้นำออกแสดงในนิทรรศการประจำปีเพื่อให้ได้ผ่านการประเมินสู่การได้เข้าเรียนในสถาบัน ศาสตราจารย์คัลลาแฮนประทับใจในผลงานของฮีโร่จึงรับฮีโร่เข้าเรียนที่สถาบัน แต่หลังจากที่ฮีโร่แสดงผลงานไมโครบอทได้ไม่นาน ก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่อาคารจัดแสดงนิทรรศการ ทาดาชิวิ่งเข้าไปในอาคารเพื่อช่วยศาสตราจารย์คัลลาแฮนที่ยังติดอยู่ในอาคาร แต่ก็ได้เกิดระเบิดขึ้น ฮีโร่จึงได้สูญเสียพี่ชายไปในเหตุการณ์นั้น และหลังจากนั้นมาก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน

วันหนึ่ง ฮีโร่ได้บังเอิญทำให้เบย์แม็กซ์ที่ถูกเก็บไว้ที่บ้านทำงานขึ้นมา พร้อมกันนั้นก็ได้พบว่าไมโครบอทชิ้นหนึ่งที่ฮีโร่เก็บไว้ไม่ได้สูญเสียไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่สถาบันได้มีปฏิกิริยาเหมือนจะเข้าหาไมโครบอทตัวอื่น เบย์แม็กซ์ได้ใช้ไมโครบอทชิ้นนั้นตามหาสถานที่ที่ไมโครบอทนั้นจะไปจนมาถึงโกดังร้างแห่งหนึ่ง ฮีโร่ที่ตามเบย์แม็กซ์มาได้พบว่าไมโครบอทที่น่าจะถูกเผาไปแล้วในกองเพลิง กลับถูกใครบางคนลักเอาไป ทั้งยังมีการผลิตเพิ่มจำนวนไปอีก แล้วทั้งคู่ก็ถูกโจมตีโดยชายผู้สวมหน้ากากคาบูกิที่สามารถควบคุมไมโครบอทได้ ฮีโร่พาเบย์แม็กซ์หนีออกมาได้ และตัดสินใจที่จะจับชายคนนี้ให้ได้ จึงได้อัพเกรดเบย์แม็กซ์ให้มีความสามารถในการต่อสู้ ทั้งยังได้รวมกลุ่มกับโกโก้, วาซาบิ, ฮันนี่เลมอน, และเฟรด ตั้งเป็นทีมซูเปอร์ฮีโร่ขึ้นมา

ตัวละคร
บิ๊กฮีโร่ 6
ฮิโระ ฮามาดะ (อังกฤษ: Hiro Hamada) ตัวละครเอกของเรื่อง เป็นเด็กหนุ่มอายุ 14 ปีผู้มีความสามารถพิเศษในการประดิษฐ์หุ่นยนต์ เป็นหัวหน้าของทีมบิ๊กฮีโร่ 6
เบย์แม็กซ์ (อังกฤษ: Baymax) หุ่นยนต์นักดูแลสุขภาพที่ประดิษฐ์โดยทาดาชิ มีลักษณะเป็นหุ่นพองลมสีขาวอ้วนกลม ต่อมาได้เป็นสมาชิกของทีมบิ๊กฮีโร่ 6
เฟรด (อังกฤษ: Fred) แฟนหนังสือการ์ตูนแนวสัตว์ประหลาด ทำหน้าที่สวมชุดมอสคอตในสถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียว และเป็นผู้ตั้งชื่อเล่นให้กับโกโก้, วาซาบิ, และฮันนี่เลมอน ต่อมาได้เป็นสมาชิกของทีมบิ๊กฮีโร่ 6
โกโก้ โทมาโกะ (อังกฤษ: GoGo Tomago) ผู้พัฒนาล้อแม่เหล็กไฟฟ้าในสถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียว ต่อมาได้เป็นสมาชิกของทีมบิ๊กฮีโร่ 6
วาซาบิ (อังกฤษ: Wasabi) ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ในสถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียว ต่อมาได้เป็นสมาชิกของทีมบิ๊กฮีโร่ 6
ฮันนี่เลมอน (อังกฤษ: Honey Lemon) ผู้เชียวชาญด้านเคมีในสถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียว ต่อมาได้เป็นสมาชิกของทีมบิ๊กฮีโร่ 6

ตัวละครอื่นๆ
ทาดาชิ ฮามาดะ (อังกฤษ: Tadashi Hamada) พี่ชายของฮีโร่ และเป็นผู้ประดิษฐ์เบย์แมกซ์
ศาสตราจารย์โรเบิร์ต คัลลาแฮน (อังกฤษ: Professor Robert Callaghan) ศาสตราจารย์ที่สถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียว
แคส ฮามาดะ (อังกฤษ: Cass Hamada) ป้าของฮีโร่และทาดาชิ เป็นเจ้าของร้านกาแฟในซานฟรานโซเกียว
อลิสแตร์ เคร (อังกฤษ: Alistair Krei) เจ้าของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ และเป็นศิษย์เก่าของสถาบันเทคโนโลยีซานฟรานโซเกียว
อาบิเกล คัลลาแฮน (อังกฤษ: Abigail Callaghan) ลูกสาวของศาสตราจารย์คัลลาแฮน
ยามะ (อังกฤษ: Yama) นักแข่งขันหุ่นยนต์ที่ชนะได้เงินพนันจากการนำหุ่นยนต์มาต่อสู้หลายครั้ง แต่ได้มาพ่ายแพ้ให้กับหุ่นยนต์ของฮีโร่
โมจิ (อังกฤษ: Mochi) แมวของบ้านฮามาดะ
เจ้าหน้าที่เจอร์สัน (อังกฤษ: Sergeant Gerson) ตำรวจที่ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจในเมืองซานฟรานโซเกียว หลังจากที่ฮีโร่และเบย์แม็กซ์ถูกโจมตีโดยชายสวมหน้ากากคาบูกิแล้วหนีมาได้ ก็ได้มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่เจอร์สัน เจ้าหน้าที่เจอร์สันใช้ชื่อเดียวกับผู้ให้เสียงพากย์คือแดเนียล เจอร์สัน ซึ่งเป็นผู้เขียนบทคนหนึ่งของภาพยนตร์บิ๊กฮีโร่ 6
พ่อของเฟรด (อังกฤษ: Fred’s father) อดีตซูเปอร์ฮีโร่ ตัวละครมีต้นแบบมาจากสแตน ลี และให้เสียงพากย์โดยตัวสแตน ลี เอง