สิงหาคม 16, 2020

ภาพยนตร์ ซูเปอร์ฮีโร่ แบล็ค วิโดว์ เนื้อเรื่องดัดแปลงมาจากตัวละครของ มาร์เวลคอมิกส์ ในชื่อเดียวกัน

ภาพยนตร์ ซูเปอร์ฮีโร่ แบล็ค วิโดว์ อเมริกันที่กำลังจะฉาย 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2020

ภาพยนตร์ ซูเปอร์ฮีโร่ แบล็ค วิโดว์

แบล็ค วิโดว์ (Black Widow) เป็น ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ อเมริกันที่กำลังจะฉาย เนื้อเรื่องดัดแปลงมาจากตัวละครของ มาร์เวลคอมิกส์ ในชื่อเดียวกัน ผลิตโดย มาร์เวลสตูดิโอ และจัดจำหน่ายโดย วอลท์ดิสนีย์สตูดิโอภาพยนตร์ จะเป็น ภาพยนตร์ลำดับที่ 24 ใน จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย เคต ชอร์ตแลนด์ เขียนบทโดย แจค แชฟเฟอร์ และ เน็ดเบ็นสัน และนักแสดงหลักคือ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน เนื่อเรื่องเริ่มเมื่อ นาตาชา โรมานอฟ / แม่ม่ายดำ ที่สนิทกับ เดวิด ฮาร์เบอร์, ฟลอเรนซ์ พูก, โอที แฟกเบนเนิล และ เรเชล ไวสซ์ หลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง กัปตันอเมริกา:ศึกฮีโร่ระห่ำโลก (2016) ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้เห็น โรมานอฟ ในระหว่างการพัฒนาของตัวละครและถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับอดีตของเธอ การดำเนินภาพยนตร์เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2547 โดย ไลออนส์เกต โดย เดวิดเฮย์เตอร์ ตั้งใจเขียนบทและกำกับ โครงการดังกล่าวไม่ได้เดินหน้าต่อและลิขสิทธิ์ในภาพยนตร์ของตัวละครจะเปลี่ยนเป็น ของมาร์เวลสตูดิโอส์ ภายในเดือนมิถุนายน 2549 โจฮันสัน ได้รับบทนำในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลหลายเรื่อง ที่เริ่มต้นด้วย มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 2 (2010) มาร์เวลและโจฮันสันแสดงความสนใจในภาพยนตร์เดี่ยวหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก่อนที่ เชฟเฟอร์ และ ช้อตแลนด์ จะได้รับการว่าจ้างในปี 2018 เบนสันเข้าร่วมและทำการคัดเลือกนักแสดงเพิ่มเติมในต้นปี 2562 การถ่ายทำเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมใน นอร์เวย์ บูดาเปสต์ โมร็อกโก สตูดิโอไพน์วู้ด ในอังกฤษและใน เมคอนจอร์เจีย แบล็ค วิโดว์ มีกำหนดจะวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 1 พฤษภาคม 202020202020
นักแสดง
สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน รับบท นาตาชา โรมาโนว่า / แบล็ควิโดว์ สายลับสาวชาวรัสเซียที่คัดเลือกเป็นแบล็ควิโดว
เดวิด ฮาร์เบอร์ รับบท อเล็กซี / เรดการ์เดียน เพื่อนร่วมงานของนาตาชา
ฟรอเรนซ์ พูคห์ รับบบท เยเลน่า เพื่อนร่วมงานของนาตาชาและเป็นแบล็ควิโดว์อีกคน
เรเชล ไวสซ์ รับบท มิเลน่า เพื่อนร่วมงานของนาตาชาและเป็นแบล็ควิโดว์อีกคนหนึ่ง
โอที แฟคเบนเล่ รับบท มาสัน

มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 2 เป็นภาคต่อของภาพยนตร์ที่ออกฉายปี พ.ศ. 2551 ไอรอนแมน

มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 2 เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรอเมริกัน ในปี 2553 ที่สร้างจากตัวละครการ์ตูนของมาร์เวลเรื่อง ไอรอนแมน สร้างโดย มาร์เวล สตูดิโอส์ และ พาราเมาต์พิกเจอส์

มหาประลัยคนเกราะเหล็ก 2

เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรอเมริกัน ในปี 2553 ที่สร้างจากตัวละครการ์ตูนของมาร์เวลเรื่อง ไอรอนแมน สร้างโดย มาร์เวล สตูดิโอส์ และ พาราเมาต์พิกเจอส์ เป็นภาคต่อของภาพยนตร์ที่ออกฉายปี พ.ศ. 2551 ไอรอนแมน, กำกับโดย จอน แฟฟโรว์ นำแสดงโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ในบทโทนี สตาร์ก เศรษฐีพันล้าน และยังเป็นทีรู้จักในนามไอรอนแมน ภาพยนตร์ออกฉายที่ฝรั่งเศสเมื่อวันที 28 เมษายน และออกฉายในสหรัฐอเมริกาวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 และมีภาคต่อ ไอรอนแมน 3 ออกฉายปี พ.ศ. 2556

เนื้อเรื่อง
โทนี่ สตารค์ มหาเศรษฐีหรือซูเปอร์ฮีโร่นามไอรอนแมน หลังจากที่ได้ประกาศตนว่าเป็นไอรอนแมนแล้ว ทั้งโลกต่างรู้จักเขา เขาได้สร้างงาน STARK EXPO 2010 เพื่อสานต่องานของพ่อเขาให้เสร็จ ทางรัฐบาลสหรัฐต้องการชุดเกราะในเพื่อใช้เป็นอาวุธแต่เขากลับปฏิเสธ แต่โทนี่ยังมีปัญหาที่หนักกว่านั้นเขาพบว่าตนเองกำลังจะตาย เนื่องจากเตาปฏิกรณ์อาร์คในอกเขาทำปฏิกิริยากับธาตุพลาเดียมซึ่งเป็นแกนกลางถ่ายเทพลังงานจากเตาปฏิกรณ์อาร์คในรูปพลาสมาไอออนกำลังฆ่าเขา และทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
ผลจากการใส่ชุดเกราะจะเร่งปฏิกิริยาของเตาปฏิกรณ์ ทำให้ธาตุพลาเดียมซึมเข้าสู้กระแสเลือดของเขา เขารู้ว่าตนเองจะอยู่ได้ไม่นาน จึงแต่งตั้งเป็บเปอร์เป็น CEO ของ Stark Industries พร้อมกับการแทรกซึมของของสปายสาวนาตาชา โรมานอฟ และผบ.นิค ฟิวรี่ จากหน่วย S.H.I.E.L.D.หลังจากนั้นไม่นานก็มีการปรากฏตัวของไอแวน แวนโก้ นักฟิสิกส์ชาวรัสเซียที่มีความแค้นกับตระกูลสตาร์ค ที่ประดิษฐ์อาวุธสุดยอดจากเตาปฏิกรณ์อาร์ค ในรูปของแส้ที่ถ่ายเทพลังงานผ่านช่องประจุพลาสมาอานุภาพทำลายล้างสูงมาก ทั้งที่โทนี่ประกาศว่าวิทยาการนี้ทั้งเตาปฏิกรณ์อาร์คจิ๋ว และชุดเกราะไอรอนแมน ต้องใช้เวลา 10-20 ปีจึงจะทำได้ ซึ่งมีแต่เขาเท่านั้นที่ทำได้ จนเกิดเรื่องราวมี่โมนาโก ไอแวนได้เผชิญหน้ากับโทนี่ และต่อสู้กัน โทนี่สวมชุดเกราะพกพา MK V เข้าต่อสู้ ผลคือไอแวนแพ้ และถูกจับขัง
ผลจากการจากต่อสู้กันทำให้ประชาชนทั้งหลาย รัฐบาล และสื่อ ไม่แน่ใจว่าไอรอนแมนจะปกป้องเราได้ และปัญหาพาลาเดียมในกระแสเลือดก็เข้าขั้นตาย โทนี่จึงจัดงานวันเกิดของตนเอง เพื่อฉลองก่อนตาย แต่เขาได้จัดงานจบบ้าบิ่นเกินไป จนเพื่อนสนิทของเขาเจมส์ โรดส์ทนไม่ไหว สวมชุดต้นแบบ MK II มาจัดการเขา และเขาก็นำชุดไปกองทัพเพื่อมอบแก่รัฐบาลตามร้องขอ ในช่วงที่ปัญหาต่างๆของโทนี่ ทั้งเรื่อง บริษัท ไอรอนแมน และการตายของเขาที่เป็นความลับรุมเร้า จนผบ.นิค ฟิวรี่แห่งหน่วยชิลล์ เข้ามาแก้ปัญหาให้เขาพร้อมทั้งบอกว่าเตาปฏิกรณ์ในอกเขาทำงานไม่สมบูรณ์ ฟิวรี่พยายามให้เขาคันพบธาตุใหม่ที่สามารถทดแทนพาลาเดียมได้ ส่วนอีกด้านหนึ่งไอเวน เวนโกถูกป้ายว่าตายแล้ว แต่แท้จริงได้รับการหนุนหลังจากจัสติน แฮมเมอร์ แฮมเมอร์ให้เขามาเป็นเครื่องมือในการจัดการโทนี่ โดยการสร้างชุดเกราะให้เขาแต่แท้จริงไอฉวนประดิษฐ์เพื่อฆ่าโทนี่เท่านั้น
อีกด้านหนึ่งโทนี่ก็ค้นพบธาตุใหม่แทนพาลาเดียม มันจึงเป็นหนทางที่ทำให้เขารอดตาย จากแผนที่งาน EXPO ที่พ่อเขาฮาวเวิร์ด สตาร์ค พร้อมกับสร้างชุดเกราะใหม่ MK VI ตอนนี้ทางกองทัพได้ติดอาวุธให้กับ MK II กลายเป็นชุดเกราะวอร์แมชชีนอันทรงพลัง แฮมเมอร์ได้จัดงานงานเปิดตัวชุดเกราะทั้งหมดที่ไอแวนสร้าง รวมถึงวอร์แมชชีนด้วย แต่ก็เกิดโกลาหลขึ้นในงาน เมื่อไอแวนควบคุมระบบทั้งหมดของหุ่นรบ และชุดวอร์แมชชีน ออกไล่ล่าไอรอนแมนที่มาถึงพอดี นาตาชา โรมานอฟ สปายสาวของหน่วยชิลด์ ได้ตามจับไอแวน และปลดล็อกระบบให้กับชุดวอร์แมชชีน โทนี่และโรดี้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง จากนั้นทั้งสองได้ร่วมกันต่อสู้ และกำราบไอแวนลงได้สำเร็จ
หลังจบเรื่องทั้งหมด ฟิวรี่มาพูดคยกับสตาร์คเรื่องโครงการอเวนเจอร์ และขอให้สตาร์คเป็นที่ปรึกษาให้โครงการ ในตอนจบโทนี่และโรดี้ได้รับเหรียญกล้าหาญเนื่องจากการกระทำอันหาญกล้าของพวกเขาที่สามารถจัดการไอแวนลงได้
นักแสดง
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ รับบทเป็น โทนี่ สตาร์ก/ไอรอนแมน
กวินเน็ธ พัลโทรว์ รับบทเป็น เป็ปเปอร์ พ็อตส์
ดอน ชีเดล รับบทเป็น เจมส์ โรดส์/วอร์แมชชีน
สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน รับบทเป็น นาตาชา โรมานอฟ/แบล็กวิโดว์
จอน แฟฟโรว์ รับบทเป็น แฮปปี้ โฮแกน
แซม ร็อคเวล รับบทเป็น จัสติน แฮมเมอร์
มิกกีย์ รูร์ก รับบทเป็น ไอแวน แวนโก้/วิปแลช
พอล เบตตานีย์ รับบทเป็น จาร์วิส
ซามูเอล แอล. แจ็กสัน รับบทเป็น นิค ฟิวรี่
การสร้าง
จอนแฟฟโรว์บอกว่ามันเป็นความตั้งใจเดิมของเขาในการสร้างภาพยนตร์ไตรภาคสำหรับไอรอนแมน, กับให้โอบาไดห์ สเตน(เจฟฟ์ บริดเจ็ดส์) เป็น ไอรอนมองเกอร์ ในภาคต่อ. หลังจากการประชุมระหว่าง แฟฟโรว์ และนักเขียนหนังสือการ์ตูนต่างๆ, สเตน กลายเป็นจอมวายร้ายหลักใน ไอรอนแมน ภาคแรก, ในระหว่างการพัฒนา แฟฟโรว์ บอกว่าในภาคที่ 2 นี้จะเกี่ยวกับการติดสุราของสตาร์ค และเชน แบล็ค ได้ให้คำแนะนำในบางส่วนของสคริปต์.

จอมเวทย์มหากาฬ เป็นภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร อ้างอิงจากตัวละครดอกเตอร์สเตรนจ์ของมาร์เวลคอมิกส์

จอมเวทย์มหากาฬ เป็นภาพยนตร์ที่สิบสี่ของมาร์เวล กำกับภาพยนตร์โดยสก็อตต์ เดอร์ริกสัน

จอมเวทย์มหากาฬ

ที่กาฐมาณฑุ เนปาล ไคซีเลียสและกลุ่มนักเวทซีลอตลอบเข้าไปในคามาร์ทาจและฆ่าบรรณารักษ์ ก่อนจะขโมยหน้ากระดาษในคัมภีร์ของแองเชี่ยนวัน นักเวทผู้เป็นอาจารย์ของไคซีเลียส แองเชี่ยนวันตามไคซีเลียสไป แต่ไคซีเลียสหนีไปได้พร้อมกับหน้ากระดาษในคัมภีร์นั้น

สตีเวน สเตรนจ์ ศัลยแพทย์ประสาทผู้มีชื่อเสียงสูญเสียมือทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ คริสทีน พาล์เมอร์ เพื่อนร่วมงานและอดีตคนรักของสเตรนจ์พยายามปลอบใจเขา แต่สเตรนจ์ต้องการรักษามือของเขา หลายเดือนหลังจากทดลองทุกวิธีการ สเตรนจ์ไปพบโจนาทาน แพงบอร์น อดีตผู้ป่วยอัมพาตที่สามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง แพงบอร์นแนะนำให้สเตรนจ์ไปที่คามาร์ทาจ สเตรนจ์ไปที่นั่นและพบกับมอร์โด ผู้พาเขาไปพบแองเชี่ยนวัน แองเชี่ยนวันแสดงพลังให้สเตรนจ์ที่ไม่เชื่อเรื่องเวทมนตร์เห็นจนสเตรนจ์ขอให้แองเชี่ยนวันสอนวิชาให้ ครั้งแรกแองเชี่ยนวันไม่อยากสอนเพราะสเตรนจ์คล้ายกับไคซีเลียส แต่ยอมสอนให้ในที่สุด

สเตรนจ์เริ่มเรียนวิชากับแองเชี่ยนวันและมอร์โด และศึกษาตำราจากห้องสมุดที่ดูแลโดยหว่อง สเตรนจ์พบว่าโลกได้รับการปกป้องจากมิติอื่นจากสาม “อาศรม” ทั่วโลกได้แก่ นครนิวยอร์ก ลอนดอนและฮ่องกง หน้าที่ของนักเวทคือปกป้องอาศรมดังกล่าว สเตรนจ์ตั้งใจว่าจะใช้วิชาในการรักษามือเขาให้หาย หลายเดือนผ่านไป ความสามารถของสเตรนจ์แก่กล้าขึ้น เขาใช้ดวงตาแห่งอากามอตโตในการย้อนเวลาเพื่ออ่านหน้ากระดาษที่ไคซีเลียสขโมยไป แต่มอร์โดและหว่องเตือนสเตรนจ์ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝืนกฎธรรมชาติ คล้ายกับไคซีเลียสที่มาฝึกวิชาหลังสูญเสียคนรัก เขาจึงต้องการให้ทุกคนมีอายุยืนยาวเช่นเดียวกับแองเชี่ยนวัน

ไคซีเลียสและลูกน้องเริ่มร่ายเวทที่ได้จากหน้ากระดาษเพื่อเรียกดอร์มามมู เจ้าแห่งมิติมืด ซึ่งเป็นมิติที่ไม่มีเวลาและทุกสิ่งเป็นอมตะ ดอร์มามมูทำลายอาศรมลอนดอน ด้านสเตรนจ์ไปที่อาศรมนิวยอร์กและต้านทานกลุ่มไคซีเลียสไว้ได้จนมอร์โดและแองเชี่ยนวันตามมาช่วย สเตรนจ์และมอร์โดตกใจเมื่อไคซีเลียเปิดเผยว่าอายุขัยที่ยืนยาวของแองเชี่ยนวันมาจากการใช้พลังของดอร์มามมู ไคซีเลียสทำร้ายแองเชี่ยนวันจนตายก่อนหนีไปที่ฮ่องกง ด้านสเตรนจ์และมอร์โดตามไปที่ฮ่องกงและพบว่าหว่องถูกฆ่าและอาศรมถูกทำลาย ตอนนี้โลกถูกครอบงำโดยมิติมืด สเตรนจ์จึงใช้ดวงตาแห่งอากามอตโตในการย้อนเวลาและชุบชีวิตให้หว่อง ก่อนจะสร้างห่วงเวลาในมิติมืดที่มีแต่ตัวเขากับดอร์มามูวนเวียนอยู่ในนั้นตลอดไป สเตรนจ์บอกดอร์มามมูว่าเขาจะหยุดห่วงเวลาหากดอร์มามมูยอมไปจากโลก ดอร์มามมูยอมตกลงและพาตัวไคซีเลียสและกลุ่มซีลอตไปด้วย

มอร์โดขอแยกตัวจากสเตรนจ์เพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเขา สเตรนจ์นำดวงตาแห่งอากามอตโตไปคืนที่เดิม ด้านหว่องพูดถึงอินฟินีตีสโตน ในฉากกลางเครดิต สเตรนจ์พบกับธอร์ ผู้พาโลกิมาที่โลกเพื่อตามหาโอดิน พ่อของตน ในฉากหลังเครดิต มอร์โดไปพบแพงบอร์นและยึดพลังที่ทำให้เขาเดินได้มา พร้อมกับบอกว่าโลกนี้มีนักเวทมากเกินไป

ตัวละคร
เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์ รับบทเป็น สตีเวน สเตรนจ์/ดอกเตอร์สเตรนจ์
ชูวิเทล เอจีโอฟอร์ รับบทเป็น คาร์ล มอร์โด
ราเชล แม็กอดัมส์ รับบทเป็น คริสทีน พาล์มเมอร์ ผู้ช่วยของสเตรนจ์
ไมเคิล สตูห์ลบาร์ก รับบทเป็น นิโคดีมัส เวสต์
มัส มิกเกิลเซิน รับบทเป็น ไคซีเลียส
ทิลดา สวินตัน รับบทเป็น แองเชี่ยนวัน[6]
เบเนดิกต์ หว่อง รับบทเป็น หว่อง

ประวัติ Hulk ยอดมนุษย์ฮีโรที่ชาวไทยหลานคนชอบชื่นกันอย่างมาก

ประวัติ Hulk เป็นเด็กอัจฉริยะมากกว่าเด็กทั่วไป จึงทำให้พ่อเรียกเขาว่าเด็กปิศาจ

ประวัติ Hulk

บรูซเติบโตมากับครอบครัวที่ชอบใช้ความรุนแรง พ่อของเขาดร.ไบรอัน แบนเนอร์เป็นนักวิทยาศาสตร์สาขาฟิสิกส์อะตอมที่เสียสติจากการทดลอง ทำให้เขาชอบทำร้ายเขาและรีเบคก้า แม่ของเขาตั้งแต่ยังเด็กเพราะอิจฉาที่รีเบคก้ารักลูกมากกว่าเขา ไบรอันเคยสงสัยว่าตัวเขานั้นได้รับสารอะไรบางอย่างมาจากตัวเขาหรือเปล่า เพราะบรูซนั้นเป็นเด็กอัจฉริยะมากกว่าเด็กทั่วไป จึงทำให้พ่อเรียกเขาว่าเด็กปิศาจ มีอยู่มาวันหนึ่งพ่อของเขาได้ฆ่าแม่ของเขาลงและได้ฉีดสารๆหนึ่งซึ่งทำให้ผู้ที่ถูกฉีดรอดจากแรงระเบิดของรังสีแกมมาให้กับเขา นั่นบรูซจึงเป็นคนที่เก็บกดและซ่อนความรู้สึกเก่ง และเป็นคนใจเย็นและมองเห็นพ่อของเขานั้นเป็นสัตว์ประหลาด ต่อมาบรูซได้ถูกป้าซูซาน ป้าแท้ๆของเขารับเลี้ยง บรูซเรียนจบมัธยมสาขาวิทยาศาสตร์ จากนั้นก็ได้ไปศึกษาวิทยาศาสตร์สาขาฟิสิกส์นิวเคลียร์จนจบปริญญาเอก
จนต่อมาเขาได้ไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ของโครงการแกมมาบอมบ์ที่นำโดยนายพลทันเดอร์โบลต์ รอสส์ ระหว่างการทดลองระเบิดแกมมา ได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งนั่งเล่นออร์แกนอยู่บนรถนามว่าริค โจนส์อยู่ในอาณาเขตระเบิด บรูซจึงเข้าไปช่วยริคมาจากเขตระเบิดและพาไปที่ห้องหลบภัย แต่บรูซหนีระเบิดไม่ทันบรูซจึงถูกแรงระเบิดและรับสารแกมมาเข้าไปเต็มๆ แต่โชคดีที่เขาไม่ตาย(เป็นผลมาจากสารเคมีในตัวของพ่อของเขา) เขาได้พักอยู่ที่ห้องพยาบาลของสถานีวิจัย บรูซค่อยๆกลายร่างเป็นอสุรกายและทำลายกำแพงห้องพยาบาลริคเห็นพวกทหารวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ริคจึงพาอสุรกายฮัลค์หนีไป

ต่อมาริคได้เล่าเรื่องราวให้บรูซฟัง ริคจึงขังบรูซไว้ในห้องนอนทุกตอนกลางคืนเพราะตอนกลางคืนเขาจะกลายร่างเป็นฮัลค์ หรือบางทีก็พาฮัลค์ออกปราบเหล่าร้ายในยามค่ำคืนเพราะสาเหตุที่ทำให้บรูซกลายเป็นอย่างนี้ก็เป็นความผิดของเขาเช่นกัน ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงคือเวลาบรูซโกรธหรือจิตใจไม่มั่นคงเขาก็จะกลายร่างเป็นฮัลค์จนร่างสีเทากลายเป็นสีเขียว บรูซและริคนั้นหาวิธีรักษาตัวเองเพื่อไม่ให้กลายเป็นฮัลค์ตลอดเวลาเพื่อหลบหนีจากการตามล่าของนายพลรอสส์ มีอยู่ครั้งนึงที่เบ็ตตี้สงสัยในตัวฮัลค์ว่า เวลาบรูซอยู่ที่ไหนริคอยู่ที่นั่น เวลาฮัลค์อยู่ที่ไหนริคอยู่ที่นั่น เบ็ตตี้จึงไปเล่าข้อสงสัยพวกนี้ให้นายพลรอสส์ฟัง นายพลจึงจับตัวริคมาสอบสวน แต่ฮัลค์ได้มาช่วยริคไว้ทันก่อนนั่นจึงทำให้ริครอดตัวไป ต่อมาหลังจากที่ฮัลค์และริคต้องหลบหนีการตามล่าจากพวกทหาร แบนเนอร์ได้บอกว่าจะขอแยกทางกับริค เพื่อที่จะต้องการให้ริคไปใช้ชีวิตตามเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป ต่อมาฮัลค์ได้มาพบกับ”เซนทรี่”ผู้ที่แข็งแกร่งแทบที่สุดในมาร์เวล ฮัลค์และเซนทรี่ได้กลายเป็นคู่หูออกปราบอธรรมกันมาหลายปี จากนั้นเซนทรี่ได้ลบความทรงจำของทุกๆคนบนโลกในเรื่องความเป็นอยู่ของเขา นั่นทำให้ฮัลค์ลืมเลือนเซนทรี่ไปจนหมด

อเวนเจอร์ส
ขณะที่ฮัลค์และริคร่วมแสดงคณะละครสัตว์ ฮัลค์ได้ถูกโลกิปั่นหัวจนทำให้ออกอาละวาด เพื่อที่โลกิจะหลอกให้ธอร์สู้กับฮัลค์ ริค โจนส์จึงส่งวิทยุสื่อสารขอความช่วยเหลือจากแฟนแทสติกโฟร์ แต่วิทยุได้ไปเข้าหูไอรอนแมน,แอนต์-แมนและวอสป์ พวกเขาจึงไปช่วยเหลือฮัลค์และธอร์ช่วยกันปราบโลกิ ต่อมาพวกเขาได้รวมทีมชื่อ” อเวนเจอร์ส ” ต่อมาผู้คนในสมาชิกไม่เชื่อใจฮัลค์ ฮัลค์จึงลาออกจากทีมใน หนังสือการ์ตูนอเวนเจอร์สเล่มที่2 และนานๆครั้งเขาจะกลับมาร่วมทีมกับอเวนเจอร์สเป็นครั้งเป็นคราว

แต่งงาน
บรูซยังคงเป็นนักวิทยาศาสตร์ของนายพลรอสส์เช่นเดิม รี้ด ริชาร์ดค้นพบวิธีหยุดการกลายร่างเป็นฮัลค์ จึงชักชวนบรูซมาทดลอง แต่ไม่ทันไรลีดเดอร์ศัตรูตัวฉกาจก็ได้ออกมาทำลายบ้านเมือง บรูซจึงกลายร่างเป็นฮัลค์เข้าสู้กับลีดเดอร์ และเกือบฆ่าลีดเดอร์สำเร็จ ต่อมาเขาได้แต่งงานกับเบ็ตตี้ รอสส์ แต่ไม่ทันจะแต่งงานลีดเดอร์ที่ร่วมมือกับไรห์โนก็ได้ยิงลำแสงแกมมาจากรถน้ำมันใส่บรูซจึงทำให้เขากลายเป็นฮัลค์ต่อหน้าผู้คนที่มาร่วมงานแต่งงาน จากนั้นไรห์โนได้เขามาสู้กับฮัลค์กลางงาน แต่ลีดเดอร์ได้ยิงลำแสงใส่ไรห์โนจึงทำให้คลุ้มคลั่ง ลีดเดอร์เคยเตือนไรห์โนว่าห้ามทำลายรถนี้ไม่งั้นมันจะระเบิด แต่ไรห์โนไม่ฟังพุ่งมาชนรถน้ำมันของลีดเดอร์ซะเอง ลีดเดอร์พยายามขับรถน้ำมันบินได้หนีแต่ไรห์โนเกาะบนยานและได้ระเบิดกลางท้องฟ้า

แพลนเน็ท ฮัลค์
ทีมอิลลูมิเนติซึ่งเป็นทีมซูเปอร์อีโร่ที่มีสมาชิกได้แก่โทนี่ สตาร์ค,ดอกเตอร์สเตรนจ์,รี้ด ริชาร์ดเป็นต้น. และหน่วยชิ.ล์.ดได้ประชุมกันว่าฮัลค์นั้นอันตรายเกินที่จะอาศัยอยู่บนโลก จึงได้หลอกล่อให้ดร.แบนเนอร์ไปทำลายดาวเทียมของกองทัพไฮดรา ซึ่งจริงๆแล้วมันคือกระสวยที่หน่วยชิ.ล์.ดคิดจะส่งดร.แบนเนอร์หรือฮัลค์ไปยังดาวที่มีสิ่งมีชีวิตด้อยปัญญา แต่กระสวยส่งไปผิดที่ฮัลค์จึงไปตกที่ดาวที่มีสิ่งมีชีวิตภูมิปัญญาและป่าเถื่อนชื่อว่า” สการ์ ” ฮัลค์ได้ถูกพวกชาวสการ์จับตัวไปเป็นทาสสำหรับเป็นกลาดิเอเตอร์เพื่อต่อสู้กับคู่ต่อสู้ในสนามซึ่งเป็นที่นิยมสหรับเรดคิงราชาแห่งสการ์และประชาชนในดาวนี้ ฮัลค์นั้นแข็งแกร่งเกินไปจึงเอาชนะพวกกลาดิเอเตอร์คนอื่นได้อย่างง่ายดายซึ่งซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ได้ถูกเรดคิงควบคุม แต่ฮัลค์ก็เอชนะมาได้และทำให้ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์กลับมาเป็นปกติ ซิลเวอร์เซิร์ฟเฟอร์ไดบอกกับฮัลค์ว่าจะพาเขาไปส่งที่ดาวโลกอีกครั้ง แต่ฮัลค์ปฏิเสธ ฮัลค์ได้กลายเป็นที่ชื่นชอบและนิยมในดาวดวงนี้มีทั้งเพื่อนมีทั้งชื่อเสียง แต่ก็มีพวกที่เกลียดชังต้องการจะเอาชนะฮัลค์อย่างราชาเรดคิง ฮัลค์ตั้งกลุ่มของตัวเองชื่อว่าวอร์บาวน์ด เรดคิงได้ส่งไคเอร่าไปกำจัดกลุ่มวอร์บาวน์ด แต่ไคเอร่าได้รู้ว่าเรดคิงนั้นเป็นคนที่ชั่วร้ายจึงกลับใจไปอยู่กับพวกวอร์บาวน์ด ฮัลค์กับพรรคพวกจึงต่อต้านเรดคิง และก่อกบฎจึงทำให้ล้มล้างความเผด็จการของเขา และฮัลค์ก็ได้ถูกสถาปนาเป็นราชาแห่งสการ์คนใหม่แทนเรดคิง ต่อมาไคเอร่ากลายเป็นภรรยาของฮัลค์และมีลูกด้วกันชื่อสการ์ และปกครองดาวดวงนี้อย่างสงบสุขเรื่อยมา

พลังและร่างต่างๆของฮัลค์

ฮัลค์นั้นมีพละกำลังมหาศาลแทบจะแกร่งที่สุดในจักรวาลมาร์เวล ผิวหนังของเขานั้นคงกระพันไม่ว่าจะมีของอะไรที่แหลมๆมาแทงมันก็ไม่ทะลุผิวหนังของฮัลค์ ฮัลค์นั้นกระโดดสูงมากถึงขั้นกระโดดจากพื่นขึ้นสู่สตาร์ค ทาวเวอร์ได้สบายๆและปีนกำแพงขึ้นสู่ที่สูงได้เหมือนสไปเดอร์-แมน นอกจากนี้ยังวิ่งเร็วปราดเปรียวยิ่งกว่าเครื่องบินเจ็ทซะอีก
เกรย์ ฮัลค์
เกรย์ ฮัลค์ (อังกฤษ: Gray Hulk) เป็นร่างแรกของฮัลค์ ซึ่งวิธีการแปลงร่างคือเมื่อตกกลางคืน ดร.บรูซ แบนเนอร์จะกลายร่างเป็นฮัลค์ แต่สมัยก่อนการพิมพ์หนังสือที่มีสีเทาจะเกิดการขัดข้องกับเครื่องจักร สแตน ลีจึงเปลี่ยนสีของฮัลค์จากสีเทาเป็นสีเขียวในภายหลัง

ซาเวจ ฮัลค์
ซาเวจ ฮัลค์ (อังกฤษ: Savage Hulk) เป็นร่างที่2 เกิดจากที่ริค โจนส์ทดลองฉีดสารอะดรีนาลีนเข้าไปในตัวของบรูซ เพื่อรักษาบรูซไม่ให้กลายเป็นฮัลค์ แต่ผลการทดลองผิดพลาด เปลี่ยนวิธีการเปลี่ยนร่างจากการแปลงร่างทุกตอนกลางคืนกลายเป็น เมื่อเขาโกรธร่างกายจะสูบฉีดสารอะดรีนาลีนเข้าไปผสมกับรังสีแกมมาที่อยู่ในตัวเขาจนกลายเป็นฮัลค์สีเขียว

เมิร์ก ฮัลค์
เมิร์ก ฮัลค์ (อังกฤษ: Merged Hulk) เป็นร่างผสานของเกรย์ ฮัลค์และซาเวจ ฮัลค์ มีร่างกายเป็นสีเขียว ร่างกายใหญ่โตขึ้น ฉลาดขึ้น

มาเอสโตร
มาเอสโตร (อังกฤษ: Maestro) เป็นร่างในอนาคตของฮัลค์จากจักรวาล-9200 ซึ่งมีลักษณะเหมือนเมิร์ก ฮัลค์แต่ฉลาด,เจ้าเลห์,แกมโกง,หื่นกาม และมีความป่าเถื่อน,ดุร้ายมากขึ้นกว่าเดิม

คลูห์
คลูห์ (อังกฤษ: Kluh) เป็นร่างที่เกิดจากฮัลค์เกิดบุคลิกที่ตรงข้ามสุดขั้วจากโกรธสุดขีดกลายเป็นเศร้าสุดขีดกลายเป็นคลูห์ ซึ่งมีรูปร่างใหญ่โตมีสีเทาน่าเกลียดน่ากลัวพลังแข็งแกร่งซะยิ่งกว่าฮัลค์ โดยที่มาของชื่อเกิดจากการสลับคำของฮัลค์ไปเป็นด้านตรงข้าม hulk -> kluh

ด็อค กรีน
ด็อค กรีน (อังกฤษ: Doc Green) เป็นร่างที่เกิดจากโทนี่ สตาร์คใส่สารเอ็กซ์ตรีมมิสเข้าไปในสมองของแบนเนอร์ จึงทำให้บุคลิกของฮัลค์เปลี่ยนไป กลายเป็นอสุรกายสีเขียวหัวล้านบุคลิกนักวิทยาศาสตร์

ประวัติ Black Widow ก็ยังคงยึดกำหนดการฉายเดิมของ F9 เอาไว้ โดยภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง

ประวัติ Black Widow  จากขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของเหตุการณ์วิกฤติไวรัสโคโรนาในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ด้วย

ประวัติ Black Widow

แม้ว่าภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ฟอร์มยักษ์ที่เป็นโปรแกรมทองของช่วงซัมเมอร์ปี

2020 อย่าง No Time to Die ได้ถูกเลื่อนฉายทั่วโลกออกไปจากเดือนเมษายน 2020 เป็นเดือนพฤศจิกยน 2020 แล้วนั้น เนื่องจากวิกฤติไวรัสโคโรนา หรือทีเรียกว่า COVID-19 ที่กำลังสร้างความวิตกไปทั่วโลก แต่ก็ยังมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์บางเรื่องที่ยังคงยืนยันกำหนดการฉายเดิมอยู่ เว็บไซต์ Deadline ได้รายงานว่า Disney มิได้มีแผนจะเลื่อนกำหนดการฉาย Black Widow ออกไป และทาง Universal ก็ยังคงยึดกำหนดการฉายเดิมของ F9 เอาไว้ โดยภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง มีกำหนดการฉายในประเทศสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤษภาคม 2020 และจะเข้าฉายทั่วโลกในช่วงซัมเมอร์ 2020 นี้ อย่างก็ดี การที่ Disney และ Universal นั้น ยังคงยึดกำหนดการฉายเดิมของ Black Widow และ F9 ก็อาจส่งผลต่อรายได้รวมทั่วโลก เนื่องจากขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของเหตุการณ์วิกฤติไวรัสโคโรนาในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ด้วย ทั้งนี้ได้มีการคาดการณ์ว่ารายได้ภาพยนตร์บนตาราง Box Office ทั่วโลกในปี 2020 นี้ อาจลดลงถึง 5 พันล้านเหรียญ เนื่องจากวิกฤติไวรัสโคโรนา และอาจลดลงมากกว่านี้อีกถ้าหากมีภาพยนตร์ในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ตัดสินใจเลื่อนกำหนดการฉายไปเป็นช่วงปลายปี 2020 หรือต้นปี 2021 เพิ่มมากขึ้น Black Widow มีกำหนดการฉายในประเทศไทย วันที่ 29 เมษายน 2020 ส่วน F9 (Fast & Furious 9) มีกำหนดการฉายในประเทศไทย วันที่ 21 พฤษภาคม 2020 นี้

ประวัติตัวการ์ตูนยอดมนุษย์สัญชาติอเมริกัน สไปเดอร์-แมน สังกัดมาร์เวลคอมิกส์

ยอดมนุษย์สัญชาติอเมริกัน Spider-Man

ยอดมนุษย์สัญชาติอเมริกัน  สไปเดอร์-แมน (อังกฤษ: Spider-Man) เป็นตัวการ์ตูนยอดมนุษย์สัญชาติอเมริกัน สร้างโดย สแตน ลี และ สตีฟ ดิตโก ของสังกัดมาร์เวลคอมิกส์ (Marvel Comics) ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในอแมซซิงแฟนตาซี ฉบับที่ 15 (สิงหาคม พ.ศ. 2505) ในปัจจุบันนี้ ไอ้แมงมุมถือเป็นหนึ่งในตัวละครยอดมนุษย์ที่โด่งดังที่สุดในโลก และยังคงประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์

ประวัติตัวการ์ตูนยอดมนุษย์สัญชาติอเมริกัน

ในตอนที่ไอ้แมงมุมได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 60 ในเวลานั้น ตัวละครที่เป็นวัยรุ่นในหนังสือการ์ตูนยอดมนุษย์ของอเมริกา มักจะมีบทบาทเทียบเท่าตัวประกอบเท่านั้น แต่การ์ตูนชุดไอ้แมงมุมได้พังกรอบเหล่านี้ออกไป โดยให้ตัวไอ้แมงมุม ซึ่งยังเป็นวัยรุ่นอยู่ มีบทบาทของวีรบุรุษตัวเอก ที่มี “ความสนใจเฉพาะตัว พร้อมกับการถูกปฏิเสธ ความขัดสน และความอ้างว้าง” ด้วยลักษณะเช่นนี้เอง ไอ้แมงมุมจึงสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านอายุน้อยได้

นอกจากจะเป็นตัวละครในหนังสือการ์ตูนแล้ว ไอ้แมงมุมยังปรากฏตัวในสื่ออื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแอนิเมชัน ละครชุดทางโทรทัศน์ คอลัมภ์การ์ตูนในหนังสือพิมพ์ วิดีโอเกม และภาพยนตร์ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง

มาร์เวลได้ตีพิมพ์หนังสือการ์ตูนชุดไอ้แมงมุมออกมาจำนวนหนึ่ง โดยชุดแรกมีชื่อว่า “ดิอแมซซิงสไปเดอร์แมน” (The Amazing Spider-Man) ในหนังสือการ์ตูนแต่ละชุด จะแสดงให้เห็นพัฒนาการของตัวละครปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ตั้งแต่เป็นนักเรียนขี้อาย นักศึกษามีปัญหา ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ จนถึงสมาชิกของคณะยอดมุนษย์ที่ชื่อ “อเวนเจอร์ส” (Avengers) ส่วนในการ์ตูนชุด “สไปเดอร์เกิร์ล” (Spider-Girl) ปาร์คเกอร์ยังมีสถานะเป็นนักวิทยาศาสตร์และพ่ออีกด้วย

สไปเดอร์-แมนปรากฏตัวในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ซึ่งรับบทโดยทอม ฮอลแลนด์ ในภาพยนตร์ได้แก่กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่ระห่ำโลก, สไปเดอร์แมน: โฮมคัมมิ่ง, อเวนเจอร์ส: มหาสงครามล้างจักรวาล และสไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม

พลังพิเศษ

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ถูกแมงมุมกัมมันตภาพรังสีกัด ทำให้เขาได้รับพลังพิเศษ
หลังจากที่ถูกแมงมุมกัมมันตภาพรังสีกัดในระหว่างที่เขากำลังศึกษาการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ในชั้นเรียนอยู่นั้น ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็ได้พบกับสิ่งแปลกใหม่บางอย่างที่เข้ามาในร่างกายของเขา นั่นก็คือพลังพิเศษที่เขาได้รับจากแมงมุมตัวนั้นนั่นเอง

ในเนื้อเรื่องดั้งเดิมของสแตน ลี และสตีฟ ดิตโก นั้น ไอ้แมงมุมมีความสามารถในการเกาะไต่กำแพงได้ มีความแข็งแกร่งที่เหนือวิสัยมนุษย์พึงมี มีสัมผัสที่ 6 ที่เรียกว่า “สัมผัสแมงมุม” (spider-sense) ที่คอยเตือนเขาถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา มีความสมดุลของร่างกายที่ดีเยี่ยม และมีความเร็วกับความคล่องตัวเกินมนุษย์ทั่วไป เมื่อมาถึงเนื้อเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2548 และ พ.ศ. 2549 ความสามารถของไอ้แมงมุมก็ยิ่งมีความใกล้เคียงกับแมงมุมจริง ๆ มากขึ้น นั่นคือเขาสามารถพ่นใยแมงมุมจริงออกมาจากมือได้ มีเหล็กในพิษที่งอกมาจากแขน มีความสามารถที่จะติดยึดสิ่งของต่าง ๆ กับหลังของเขาได้ สามารถควบคุมสัมผัสแมงมุมเพื่อใช้ในการสืบค้นร่องรอยต่าง ๆ ได้ สามารถมองเห็นในที่อับแสงได้ และยังมีความแข็งแกร่งกับความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม

นอกจากพลังพิเศษที่เขาได้รับแล้ว ร่างกายในระดับองค์รวมและอวัยวะภายในของเขา ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของกระดูก เนื้อเยื่อที่ยึดกระดูกเข้าหากัน และระบบประสาทต่าง ๆ ก็ยังมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนั้น กล้ามเนื้อของเขาก็ยังพัฒนาเพิ่มขึ้น

อุปกรณ์เสริม
ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เป็นตัวการ์ตูนที่มีพรสวรรค์และเป็นอัจฉริยะในการประยุกต์ใช้ความรู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ เคมี หรือฟิสิกส์ เพื่อเสริมให้พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากพลังพิเศษแล้ว เขายังได้สร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้ควบคู่กับพลังของเขาอีกด้วย โดยอุปกรณ์ที่ถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของไอ้แมงมุมก็คือ เครื่องยิงใยแมงมุม (web-shooter) ที่เขาพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่เขาเป็นวัยรุ่น อุปกรณ์นี้สามารถปล่อยสารประกอบที่มีความเหนียวอย่างมากคล้ายใยแมงมุม ซึ่งจะสลายตัวไปหลังจากที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว 2 ชั่วโมงไอ้แมงมุมจะติดเครื่องยิงใยแมงมุมนี้เอาไว้บริเวณข้อมือด้านในทั้งสองข้าง โดยจะมีสวิทช์ควบคุมการปล่อยอยู่บริเวณฝ่ามือ ซึ่งรูปแบบของสารประกอบที่ปล่อยออกมานั้น ก็มีรูปร่างที่ต่างกันขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบบสายยาวที่ใช้แทนเชือกในการโหนตัว แบบตาข่าย หรือแบบลูกกลมที่ใช้ในการยิงอาวุธในมือของศัตรูหรือยิงใส่ตาของศัตรู ทำให้ศัตรูมองไม่เห็นไปชั่วขณะ นอกจากนั้นแล้ว เขายังสามารถทอสารประกอบดังกล่าวให้กลายเป็นรูปทรงกลมหรือครึ่งทรงกลมมาห่อหุ้มร่างกายเพื่อป้องกันตนเองหรือห่อหุ้มบริเวณมือเพื่อใช้แทนนวม หรือเป็นปีกขนาดใหญ่เพื่อใช้แทนเครื่องร่อน

นอกจากเครื่องยิงใยแมงมุม ปาร์คเกอร์ยังได้ประดิษฐ์เครื่องนำร่องแมงมุม (spider-tracer) ซึ่งเป็นอุปกรณ์รูปร่างคล้ายแมงมุมติดสัญญาณไฟที่สามารถฉายภาพ “สัญญาณแมงมุม” (Spider-Signal) ได้ โดยต่อมาปาร์คเกอร์ยังได้ปรับแต่งเครื่องนำร่องแมงมุมนี้ให้มีกล้องถ่ายภาพติดเอาไว้เพื่อถ่ายภาพได้แบบอัตโนมัติ

ปาร์คเกอร์ยังได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของเบ็น เรลลี (Ben Reilly, มนุษย์เทียมที่โคลนมาจากตัวของปาร์คเกอร์เอง) ที่เรียกว่า “อิมแพ็คท์เว็บบิง” (impact-webbing) ซึ่งใช้ยิงกระสุนลูกปรายที่สามารถแผ่ออกมาเป็นใยแมงมุมหนา ๆ เพื่อห่อหุ้มร่างของผู้ที่ถูกยิงได้

ความสามารถด้านการต่อสู้
ไอ้แมงมุมเป็นตัวการ์ตูนยอดมนุษย์ที่มีประสบการณ์การต่อสู้มากที่สุดตัวหนึ่งในจักรวาลของมาร์เวล ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยได้รับการฝึกฝนโดยตรงทางด้านนี้เลยก็ตาม แต่เขาก็ได้รับมันจากการร่วมงานกับยอดมนุษย์ตัวอื่น ๆ จากประสบการณ์เหล่านี้เอง ทำให้ไอ้แมงมุมสามารถเอาชนะศัตรูของเขาได้ด้วยพลังและความสามารถอันมหาศาล

รูปแบบการต่อสู้ของเขาจะเป็นแบบที่ไร้รูปแบบ โดยใช้ประโยชน์จากความคล่องแคล่ว ความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความสมดุล ที่ผสมกับประโยชน์จากสัมผัสแมงมุมที่เขามี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการต่อสู้ส่วนใหญ่ของเขามาจากไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าผสมกับการใช้สติปัญญาและสงครามจิตวิทยา ไม่ว่าจะเป็นการพูดเล่นมุขตลก เล่นลิ้น และเย้ยหยัน เพื่อให้คู่ต่อสู้โมโหคลุ้มคลั่ง และช่วยให้ตนเองสามารถรับมือกับความกลัวและความกังวลต่าง ๆ ที่มีสิทธิ์เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้ได้

เครื่องแบบ
ไอ้แมงมุมมีเครื่องแบบประจำตัวไม่มากนัก โดยมีอยู่ 3 ชุดที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด นั่นคือ ชุดแมงมุมสีแดง-น้ำเงินที่ใส่เป็นประจำแทบจะทุกตอน ชุดสีขาว-ดำคล้ายมนุษย์ต่างดาว (ภายหลัง ชุดนี้ได้ถูกพัฒนาไปเป็นเครื่องแบบที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวไอ้แมงมุม) และชุดไอออน สไปเดอร์ (iron spider) ที่สร้างขึ้นมาโดยเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งออกแบบโดยโทนี สตาร์ค (Tony Stark) หรือไอร์ออนแมน (Ironman) เพื่อนยอดมนุษย์อีกตัวหนึ่ง นอกจากนั้นแล้ว ในชุดปกติแดงน้ำเงินของไอ้แมงมุม บางครั้งจะมีใยแมงมุมเชื่อมระหว่างต้นแขนกับข้างลำตัวด้วย ขึ้นอยู่กับการตีความของศิลปินที่วาดแต่ละคน

แอกเซล อลองโซ (Axel Alonso) บรรณาธิการของหนังสือการ์ตูนไอ้แมงมุม ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ว่า ไอ้แมงมุมในหนังสือการ์ตูนจะกลับมาใส่ชุดเครื่องแบบสีดำอีกครั้ง โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2550 เป็นต้นไป เพื่อสอดรับกับชุดสีดำที่ไอ้แมงมุมในภาพยนตร์เรื่อง “ไอ้แมงมุม 3” (Spider-Man 3) ที่ได้เข้าฉายทั่วโลกในช่วงเวลานั้น ใส่พอดี

ศัตรู
ไอ้แมงมุมเป็นตัวการ์ตูนยอดมนุษย์อีกตัวหนึ่งที่มีศัตรูจำนวนมาก และศัตรูหลาย ๆ ตัวของเขาก็เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยศัตรูตัวสำคัญของเรื่องนี้ที่ถือว่ามีความเลวทรามและอันตรายที่สุดก็ได้แก่ กรีนกอบลิน[38 ดอกเตอร์ออกโทปุส (Doctor Octopus) และเวนอม (Venom) ส่วนศัตรูตัวอื่น ๆ ที่มีความสำคัญพอ ๆ กัน ก็ได้แก่ ลิซาร์ด (Lizard) คาเมเลียน (Chameleon) ฮอบกอบลิน (Hobgoblin) แครเวนเดอะฮันเตอร์ (Kraven the Hunter) สกอร์เปียน (Scopion) แซนด์แมน (Sandman) ไรห์โน (Rhino) มิสเทริโอ (Mysterio) วัลเจอร์ (Vulture) อีเล็คโตร (Electro) คาร์เนจ (Carnage) คิงพิน (Kingpin) และช็อคเกอร์ (Shocker) เป็นต้น ศัตรูเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับพลังพิเศษมาจากอุบัติเหตุจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์หรือการนำเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์มาใช้ในทางที่ผิด และศัตรูบางตัวยังมีเครื่องแบบและพลังพิเศษเหมือนสัตว์คล้ายกับไอ้แมงมุมอีกด้วย นอกจากนั้นศัตรูบางตัวยังตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับไอ้แมงมุมด้วย เช่น กลุ่มซินนิสเตอร์ซิกซ์ (Sinister Six) เป็นต้น…

แฟรนไชส์สื่ออเมริกัน จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ค่ายการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ยักษ์ใหญ่

แฟรนไชส์สื่ออเมริกัน จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล

แฟรนไชส์สื่ออเมริกัน จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ช่วงปลายทศวรรษ 90 มาร์เวล (Marvel) ค่ายการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ยักษ์ใหญ่ เจ้าของลิขสิทธ์คาแรคเตอร์ดังๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Spider Man, Captain America, X-Men, Iron Man, Thor, Hulk ฯลฯ ตกอยู่ในภาวะขาดทุนเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ในทศวรรษต่อมาปี 2008 ทางมาร์เวลก็ได้สร้างภาพยนตร์ Iron Man ออกฉายและประสบผลสำเร็จ นับเป็นจุดเริ่มต้นของ จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (Marvel Cinematic Universe)’

กลยุทธ์ Marvel Cinematic Universe หรือที่เรียกย่อๆว่า MCU นั้น คือการผลิตภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่หลายๆเรื่องของมาร์เวลที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน โดยเริ่มต้นจากซุปเปอร์ฮีโร่แต่ละคน แล้วนำหลายๆคนมารวมกันในหนังอีกเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ยาวมากๆแฟรนไชส์หนึ่ง โดยยังมีแผนการผลิตภาพยนตร์ในจักรวาลนี้อีกหลายเรื่อง โดยประธานบริษัท Marvel Studios ได้พูดกับ Bloomberg ว่ามีแผนสร้างภาพยนตร์จนถึงปี 2028 นอกจากการสร้างหนังแล้ว แฟรนไชส์ MCU ยังรวมถึงการสร้างซีรีส์ทางโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง

การสร้างจักรวาลมาร์เวลขึ้นมานี้ ทำให้ยอดขายตั๋วหนังของมาร์เวลทำลายสถิติสูงสุดหลายครั้ง ยอดขายตั๋วทั่วโลกของหนัง 12 เรื่อง ทำเงิน

มากกว่า 8.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะหนังเรื่อง The Avengers (2012) ทำรายได้ไปกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ยังไม่นับรวมยอดขาย

สินค้าลิขสิทธิ์จากคาแรกเตอร์ในภาพยนตร์เหล่านี้ กลยุทธ์ MCU นี้สร้างความสำเร็จให้กับมาร์เวลสตูดิโอเป็นอย่างมาก

กลยุทธ์ MCU นี้ถือว่าเป็นกลยุทธ์ชั้นเลิศตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ไมเคิล พอร์เตอร์ เพราะมาร์เวลเลือกแข่งขันที่จะแตกต่าง (Compete to be Unique) มีระบบการทำงานที่เริ่มตั้งแต่การเขียนบท การคัดเลือกนักแสดง และทุกๆขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่ต้องสอดคล้องต่อเนื่องกัน ผู้กำกับภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะต้องมาพูดคุยกันเพื่อวางแผนให้ทิศทางของหนังแต่ละเรื่องสอดประสานอย่างลงตัว

จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล  เป็นแฟรนไชส์สื่ออเมริกันและจักรวาลที่ใช้ร่วมกันซึ่งมีศูนย์รวมอยู่ที่ซีรีส์ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ผลิตโดยมาร์เวลสตูดิโอส์และอิงจากตัวละครที่ปรากฏในหนังสือการ์ตูนอเมริกันที่ตีพิมพ์โดยมาร์เวลคอมิกส์ แฟรนไชส์ยังมีหนังสือการ์ตูนภาพยนตร์สั้นซีรีส์โทรทัศน์และซีรีส์ดิจิตอล จักรวาลที่ใช้ร่วมกันนั้นคล้ายกับจักรวาลมาร์เวลดั้งเดิมในหนังสือการ์ตูนได้รับการก่อตั้งโดยการข้ามองค์ประกอบพล็อตการตั้งค่าตัวละครและตัวละครทั่วไป…