พฤศจิกายน 1, 2020

ใครคือฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุด พร้อมนำทีม Avengers รุ่น 2 หลังไม่มี Iron Man

Avengers รุ่น 2 แทบจะทำให้ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้แล้วว่า ตัวละครในจักรวาลหนังมาร์เวลที่ทรงพลังอย่างแรงมาก

แม้ว่าการปรากฏตัวของ Captain Marvel ฮีโร่หญิงคนใหม่ใน Avengers รุ่น 2 (2019) แทบจะทำให้ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้แล้วว่า ตัวละครในจักรวาลหนังมาร์เวลที่ทรงพลังอย่างแรงมากที่สุดก็คงจะเป็นเธอ ยิ่งกับในตอนนี้ที่ตัดคู่แข่งร่วมทีมอย่าง Iron Man และ Captain America แต่ถ้าชวนคิดว่า จะมีฮีโร่คนไหนในตอนนี้แข็งแกร่งพอจะเทียบเท่าเธอ หรืออาจถูกเลือกให้ขึ้นมาเป็นผู้นำทีม Avengers ในเฟส 4 ต่อไป?

ก่อนหน้าภาค Infinity War หัวเรือใหญ่ของ Marvel Studios เคยออกมาบอกว่า ฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับเขาคือ Captain Marvel แต่หลังจาก Endgame จบไป เขาก็ออกมาบอกใหม่ว่าเป็น Scarlet Witch หรือ Wanda ที่กำลังจะซีรีส์ภาคแยกเป็นของตัวเองอย่าง WandaVision

ตามกำหนดเดิมที่จะสตรีมมิงทาง Disney+ ภายในปีนี้ คือฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดใน MCU ของเขา (จากฉากที่หยุดเจ้า Thonos ได้ชั่วขณะในมหาสงคราม) ซึ่งแฟน ๆ ก็อาจจะงงหน่อย เพราะไม่ค่อยได้สัมผัสกับภาพความเก่งกาจของ Wanda ในหนังมากนักถ้าเทียบกับ Captain Marvel

นอกจากนี้ แฟน ๆ หลายคนก็ยังเชียร์ตัวละครอันเป็นที่รักจากรุ่นแรกอย่าง Thor และ Hulk ให้ขึ้นม่เป็นผู้นำ Avengers ต่อ หรือกระทั่งเจ้าพ่ออัญมณีไทม์สโตนอย่าง Doctor Strange เองก็มีฐานแฟนคลับไม่ใช่น้อย ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า ในสามคนนี้ไม่มีใครที่ทรงพลังกวาดศัตรูราบคาบได้เท่ากับ Captain Marvel เลย ที่ได้มีการนำซ้ำตอนนี้ Hulk เองก็แขนพังไปข้างหนึ่ง Thor ก็ได้หุ่นอ้วนพุงพลุ้ย แถมยังเอาเข้าจริง ๆ ก็ยังต้องพึ่งการใช้ค้อนโยเนียร์และสตอร์มเบรกเกอร์อยู่ ไม่อาจจะใช้พลังได้ด้วยตัวเอง ในส่วน Doctor Strange กับ Wanda ใครที่จะแข็งแกร่งมากกว่ากัน คนดูอาจจะได้คำตอบก็ตอนหนัง Doctor Strange In The Multiverse Of Madness

ถ้าหากจะเจาะความสามารถอันทรงพลังของ Captain Marvel ที่เห็นกันชัด ๆ ในหนังภาคที่ฉายไปแล้ว ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เธอนั้นเป็นคนเดียวในบรรดาฮีโร่ทั้งหมดที่ได้มีการเดินทางด้วยการเหาะเหินไปได้เองในอวกาศอันกว้างใหญ่ (เทียบกับ Thor ที่ยังคงต้องใช้สะพานข้ามมิติทั้งเก้าอย่างไบฟรอสต์)

และเธอก็ยังสามารถพา Tony Starks และ Nebula ที่ได้มีการติดอยู่ในยานลอยเท้งเต้งอย่างหมดหวังในอวกาศกลับมาสู่โลกได้ ถ้าไม่ใช่เธอก็คงไม่มีใครที่ทำได้อีกแล้ว ยังไม่นับการไม่ยี่หระต่อจรวจมิสไซล์และเป้นการกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงเข้าใส่เธอในหนังภาคแรกอีก

หรือในฉากมหาสงคราม หนังก็ยังได้มีการเปิดโอกาสให้แฟนคลับ ได้เห็นจังหวะที่ Captain Marvel รับมือกับ Thanos ได้อย่างสบาย ๆ ที่ถ้าเทียบกับการผนึกกำลังของสามฮีโร่ตัวเก๋าอย่าง Iron Man, Captain America และ Thor ที่กว่าจะสู้กับ Thanos ได้ยังเลือดตาแทบเป็นการกระเด็น ซึ่งจะว่าไปแล้ว

เธอที่เป็นผู้หญิงและรูปร่างผอมบาง ในการที่จะทรงพลังอย่างแรงได้ขนาดนี้ก็มาจากพลังรังสีในตัวเธอล้วน ๆ (และก็น่าคิดว่า เผลอ ๆ ถ้าเธอเป็นคนดีดนิ้วถุงมืออัญมณีแทน Iron Man ก็อาจทำให้ Tony Starks ไม่จำเป็นต้องเสียสละชีวิตก็ได้)

แฟนคลับ อาจจะต้องอดใจรอดูความทรงพลังของ Captain Marvel อีกสักพักเพราะเป็นหนังปลายโปรแกรมของเฟส 4 ที่จะมีหนังอีกมากมายให้ดูไปตลอด 2 ปีนี้ ซึ่งในภาค 2 ก็อาจจะได้รู้จักพลังที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นกว่านี้ และแฟนคลับ มาร์เวลเห็นด้วยกับบทความนี้ว่า เธอคือ ฮีโรที่ทรงพลังมากที่สุดที่จักรวาลมาร์เวลมีตอนนี้หรือไม่ ก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมาได้เลย…

อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 78

อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย  ได้มีการแต่งเติมฉากตื่นเต้นในภาพยนตร์ให้ระทึกใจนอกเหนือนิยายต้นฉบับ

อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย

The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobeภาพยนตร์ในชุดของ ตำนานแห่งนาร์เนีย จากหนังสือเรื่อง ตู้พิศวง ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับรางวัลออสการ์ สาขาแต่งหน้ายอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 78

เนื้อเรื่อง
พี่น้องชายหญิงทั้งสี่แห่งตระกูลพรีเวนซีอพยพภัยในสงครามจากกรุงลอนดอนไปอยู่ที่ชนบท อาศัยบ้านหลังโตของศาสตราจารย์ชรา นามว่า ดิกอรี เคิร์ก(จิม บอร์ดเบรนด์)และแม่บ้านเจ้าระเบียบชื่อ คุณแม็คเควดี้ พวกเขาอยากเปลี่ยนบรรยากาศที่เงียบเหงาว้าเหว่เพราะจากมารดามาไกลจึงเล่นซ่อนหากัน ลูซี่(จอร์จี เฮนลีย์) น้องสาวคนสุดท้องแอบอยู่ในห้องว่างที่มีตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเขาได้เปิดประตูตู้ก็จะพบดินแดนสู่โลกใหม่อันหนาวเหน็บ ไม่ว่าจะมองไปแห่งหนใดล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน มีเสาไฟตะเกียงโบราณบอกพรมแดน เธอได้บังเอิญพบฟอนทัมนัส(เจมส์ แม็กเอวอย) สิ่งที่มีชีวิตครึ่งคนครึ่งแพะผู้ใจดี เธอจึงทราบว่าโลกใบใหม่นี้คือนาร์เนีย ที่เต็มไปด้วยสัตว์ในนิทานปรัมปรา พอกลับมาสู่โลกมนุษย์ลูซี่รู้สึกดีใจมากครั้นเล่าเรื่องนี้ให้พี่ๆฟังก็ไม่มีใครเชื่อเลย นอกจากศาสตราจารย์ดิกอรี เคิร์ก

เอ็ดมันด์(สแกนดาร์ คีย์เนส) พี่ชายลูซีย่องตามน้องสาวเข้าไปในตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง เขาไม่เพียงสัมผัสอากาศของฤดูหนาวหฤโหดเท่านั้นแต่ยังพบกับพระราชินีจาดิส(ทิลด้า สวินตั้น) และคนแคระชื่อ ดิกาบาเร สารถีขับเลื่อนเทียมกวางขาว พระองค์หลอกล่อเอ๊ดมันด์ด้วยขนมหวานTurkish Delightราวยังกับยาเสพติดให้กลับไปนำพี่น้องทั้งหมดมาที่ปราสาท แล้วจะยกตำแหน่งพระราชาให้เขาเพื่อปกครองดินแดนแห่งนี้ หารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงพระองค์คือนางแม่มดขาวผู้บันดาลให้นาร์เนียเป็นฤดูหนาวตลอดกาล ปราศจากเทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาสร่วมศตวรรษ ที่มีอำนาจของนางจะเสื่อมเมื่อบุตรแห่งอดัม และ ธิดาแห่งอีฟขึ้นครองบัลลังก์ทั้งสี่แห่ง แคร์ พาราเวล จึงหาทางที่จะไปกำจัดทิ้งเสีย

เอ็ดมันด์จึงได้นำพี่ชาย ปีเตอร์(วิลเลียม มอสลีย์)กับ พี่สาว ซูซาน|(แอนนา ป็อปเปิลเวลล์) มาสู่นาร์เนียตามแผนการ เมื่อเห็นบ้านทัมนัสในถ้ำที่ถูกรื้อค้นทำลายข้าวของ และได้มีการประกาศจับตัวผู้ทรยศทำให้พี่น้องตระกูลเพเวนซี่หวาดหวั่นว่าจะไปช่วยทัมนัสดีหรือไม่ พอดีนกโรบิ้นได้นำทางพวกเด็กๆไปยังกระท่อมตายายบีเว่อร์ ทุกคนจึงรู้แจ้งในถึงอาถรรพ์คำสาปนางแม่มดผู้ชั่วร้าย และได้มีการคำทำนายถึงผู้ที่จะลบล้างเวทมนตร์ พร้อมการปรากฏตัวของอัสลาน สิงโตเจ้าป่า โอรสของมหาจักรพรรดิจากดินแดนโพ้นทะเล เอ็ดมันด์ทนความโหยหิวของขนมหวานไม่ไหวจึงหลบไปหานางแม่มดตามลำพังถึงในปราสาท แล้วถูกจับตัวขังคุกร่วมกับฟอนทัมนัส บีเว่อร์จึงได้มีการแนะนำหนทางเดียวเพื่อที่จะช่วยเอ็ดมันด์ (ผู้ทรยศหักหลังพี่น้องเพราะความตะกละ-กินไม่รู้จักอิ่ม) ได้คือพวกเด็กๆ ต้องให้ไปขอความช่วยเหลือจากอัสลานซึ่งตั้งค่ายอยู่ใกล้แท่นศิลา

ได้มีการแต่งเติมฉากเพื่อให้มีความตื่นเต้นในภาพยนตร์ให้ระทึกใจมากขึ้นนอกเหนือนิยายต้นฉบับ เช่น ตอนพี่น้องเพเวนซี่หลบหนีการตามล่าของฝูงหมาป่าข้ามธารน้ำแข็งซึ่งต้องหน้าผาเป็นน้ำตกและกำลังละลาย จิ้งจอกแวร์ลูซึ่งลวงมอกริม สุนัขป่าหัวหน้าตำรวจลับพระราชินีให้หลงทางแล้วตัวเองถูกสาปเป็นหิน สี่พี่น้องได้มีการฝึกวิชาสู้รบเบื้องต้นก่อนนำทัพอัสลานต่อสู้กับเหล่าอสูรกายราชินีจาดิส การต่อสู้ระหว่างราชาปีเตอร์และราชินีจาดิส…

ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง เป็นผลงานภาพยนตร์การ์ตูนลำดับที่ 6 ของสตูดิโอจิบลิ และเป็นลำดับที่ 2

ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง  ที่มีผลงานเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จในทางด้านรายได้อย่างงดงามเมื่อออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่น

ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง

Only Yesterday” เป็นผลงานภาพยนตร์การ์ตูนลำดับที่ 6 ของสตูดิโอจิบลิ และเป็นลำดับที่ 2 จากฝีมือการกำกับของอิซาโอะ ทาคาฮาตะ เนื้อเรื่องได้มีการดัดแปลงหลังจากหนังสือการ์ตูนชื่อเดียวกันของ โฮตารุ โอกาโมโตะ และ ยูโกะ โทเนะ เป็นผลงานของเรื่องนี้มีชื่อเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าโอะโมะฮิเดะ โปะโระโปะโระ) ซึ่งมีหมายความว่า ความทรงจำที่ล่วงผ่านราวกับหยดน้ำตา หรือแปลตรงตัวได้ว่า ความทรงจำที่หยาดหยด

“ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง” นับเป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญของกลุ่มภาพยนตร์การ์ตูนแนวก้าวหน้า progressive animation ซึ่งแหวกขนบของภาพยนตร์การ์ตูนที่มีอยู่เดิม โดยเน้นเนื้อหาแบบดรามาสมจริง โดยทั่วไปเชื่อกันว่าเป็นแนวทางที่อยู่นอกขอบเขตของภาพยนตร์การ์ตูน อย่างไรก็ตาม ที่มีผลงานเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จในทางด้านรายได้อย่างงดงามเมื่อออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1991 และสามารถดึงดูดผู้ชมที่ชื่นชอบการ์ตูนแนวโจะเซได้เป็นอย่างมาก

เรื่องราวเล่าถึง ทาเอโกะ หญิงสาวชาวญี่ปุ่นวัย 27 ปี ที่ได้เดินทางไปพักร้อนและไปใช้ชีวิตเกษตรกรอยู่ที่จังหวัดยะมะงะตะ ในช่วงเวลานี้เอง ที่ความทรงจำเมื่อในสมัยอยู่ชั้น ป.5 ได้ผุดขึ้นมาวนเวียนอย่างต่อเนื่องในห้วงความคิดของทาเอโกะ โดยตัดเนื้อเรื่องสลับไปมาระหว่างชีวิตของนางสาวทาเอโกะวัย 27 ปี ที่รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม และผู้คนที่เปี่ยมล้นน้ำใจ กับชีวิตของเด็กหญิงทาเอโกะวัยประมาณ 10 ขวบ ที่ล้อมรอบด้วยครอบครัวที่ค่อนข้างจะเข้มงวด และเพื่อนร่วมชั้นหลากหลายหน้าตา

ถึงแม้ว่าเรื่องราวของ “ในความทรงจำที่ไม่มีวันจาง” จะดำเนินไปอย่างเรียบง่าย และไม่ค่อยปะติดปะต่อ แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็กระทบในใจส่วนลึก ทำให้เกิดความรู้สึกโหยหาเป็นช่วงเวลาที่กำลังเราเยาว์วัยอยู่อีกครั้ง ช่วงเวลาที่ยังไร้เดียงสา เป็นช่วงเวลาที่มีจินตนาการยังโลดแล่น ช่วงเวลาที่จะคิดและจะพูดจะทำอะไรก็เป็นไปแบบเด็กๆ ความทรงจำของทาเอโกะก็เช่นเดียวกับความทรงจำของเราทั้งหลาย ที่มีทั้งความสุขสมและความโศกเศร้า ความเจ็บปวดร้าวและความรู้สึกผิด ความสัมพันธ์และความขัดแย้ง ความสมหวังและความผิดหวัง รวมทั้งความปรารถนาแบบเด็กๆ ที่สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีอะไรที่เป็นไปความที่ใจต้องการ

ภาพยนต์ มู่หลาน ที่ได้มีการดัดแปลงมาจากตำนานวีรสตรีของประเทศจีนที่มีที่มาจากบทกวีจีนชื่อว่า “บทเพลงของฟา มู่หลาน”

ภาพยนต์ มู่หลาน  เป็นภาพยนตร์การ์ตูนลำดับที่ 36 ของดิสนีย์ กำกับโดย Tony Bancroft

ภาพยนต์ มู่หลาน

Mulan เป็นภาพยนตร์การ์ตูนลำดับที่ 36 ของดิสนีย์ กำกับโดย Tony Bancroft และ Barry Cook ที่ได้มีการดัดแปลงมาจากตำนานวีรสตรีของประเทศจีนที่มีที่มาจากบทกวีจีนชื่อว่า “บทเพลงของฟา มู่หลาน” กระบวนการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีการเริ่มต้นขึ้นในเดือน June พ.ศ. 2537 เสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2541 และออกฉายตามโรงภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 19 June ปีเดียวกัน ส่วนในประเทศไทย ออกฉายในวันที่ 9 October พ.ศ. 2541

เนื้อเรื่อง
หัวคนนึงที่กำแพงเมืองจีน ในขณะที่ทหารจีนกำลังเดินตรวจตราอยู่ เขาเจอชาวฮั่นที่กำลังปีนขึ้นมาบนกำแพงเมืองจีนและฉาง หยู แม่ทัพชาวฮ้นพร้อมกับนกอินทรีคู่ใจของเขา ชาวฮั่นเหล่านี้มีเป้าหมายที่จะเข้ามายึดครองเมืองจีน ทหารจีนจึงจุดคบไฟเพื่อส่งสัญญาณเพื่อให้รับรู้ว่าได้มีผู้บุกรุกเข้ามาแล้ว เมื่อข่าวนี้ไปถึงเมืองหลวง แม่ทัพจึงรีบนำข่าวนี้ไปทูลแด่ฮ่องเต้ ว่า พวกฮั่นขึ้นกำแพงเมืองจีนมาบุกเมืองเราแล้ว ฮ่องเต้รู้ดีว่าชาวฮั่นบุกมา จึงสั่งให้ออกโองการเกณฑ์ไพร่พลเพื่อเตรียมกองกำลังให้พร้อมที่จะต่อสู้กับชาวฮั่น

ณ หมู่บ้านตระกูลฮัว มู่หลาน ที่กำลังเขียนบทกลอนสอนหญิงลงที่แขนของเธอเพื่อที่จะไม่ลืมตอนที่จะต้องแสดงฝีมือในการพบแม่สื่อ ในส่วนพ่อของมู่หลานกำลังสวดมนต์ขอพรบรรพบุรุษในศาลบรรพชน เพื่อที่จะให้คุ้มครองมู่หลานในการพบว่าแม่สื่อวันนี้ มู่หลานมาพบพ่อเพื่อนำยารักษาอาการป่วยมาให้พ่อกินก่อนที่จะเดินทางไปตัวเมือง ในตัวเมือง แม่ของมู่หลานกำลังรอมู่หลานเดินทางมาแต่งตัวเพื่อไปพบแม่สื่ออย่างกระวนกระวายใจ ในส่วนยายระหว่างการรอยายตัดสินใจซื้อจิ้งหรีดชื่อว่า คริกแนก ไว้เป็นจิ้งหรีดนำโชคประจำตัวมู่หลาน เมื่อมู่หลานมาถึง แม่ของมู่หลานรีบให้มู่หลานอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ทันเวลาไปพบแม่สื่อ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงรีบไปต่อแถวตามพวกสาวๆคนอื่นไป แม่สื่อจึงเรียกเธอให้ไปพบเพื่อทดสอบว่าเธอจะเป็นเจ้าสาวที่ดีที่สามารถเชิดชูเกียรติของวงศ์ตระกูลได้หรือไม่ แต่ก็ได้เกิดเรื่องทำให้แม่สื่อไล่ตะเพิดมู่หลานออกมา เมื่อกลับถึงบ้าน มู่หลานท้อแท้ใจอย่างมากที่ไม่สามารถเชิดชูเกียรติของวงศ์ตระกูลได้ พ่อของเธอจึงเข้ามาปลอบว่า ปีนี้ดอกท้อบ้านเราบานสะพรั่งทั้งปี ดูนี่สิ ดอกท้อดอกนี้ยังไม่บานแต่พ่อมั่นใจว่ายามใดที่มันบาน นั่นจะเป็นดอกท้อที่สวยงดงามกว่าดอกใดๆ เมื่อพูดจบก็ได้ยินเสียงกลองซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีขุนนางมาจากราชสำนักนำจดหมายเรียกเกณฑ์ทหารไปเพื่อออกรบมามอบให้กับคนในหมู่บ้าน

ทรอน ภาพยนตร์ไซไฟของดิสนีย์ ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2525 เขียนบทและกำกับโดย สตีเวน ลิสเบอร์เกอร์

ทรอน ภาพยนตร์ไซไฟของดิสนีย์  เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก ๆ ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกส์เป็นองค์ประกอบหลักของเรื่อง

ทรอน ภาพยนตร์ไซไฟของดิสนีย์

Tron เป็นภาพยนตร์ที่ไซไฟของดิสนีย์ ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2525 เขียนบทและกำกับโดย สตีเวน ลิสเบอร์เกอร์ ภาพยนตร์ออกฉายพร้อมกับการวางจำหน่ายเกมตู้ และเกมคอมพิวเตอร์บนเครื่องอาตาริ ในชื่อเดียวกัน และเป็นเกมที่ปรากฏในภาพยนตร์

ทรอน เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกๆ ที่ได้มีการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกส์เป็นองค์ประกอบหลักของเรื่อง
ปัจจุบันดิสนีย์มีภาคต่อของ ทรอน แล้ว ได้มีการใช้ชื่อว่า Tron Legacy นำแสดงโดยเจฟ บริดเจส (เควิน ฟลินน์), บรูซ บ็อกซ์ลีทเนอร์ (ทรอน) และแกร์เรต เฮดลันด์ (แซม ฟลินน์ ลูกชายวัยรุ่นของเควิน) ในระบบสามมิติ และ IMAX 3D

เรื่องย่อ
ทรอน เป็นเรื่องราวเกี่ยวที่มีการกับโปรแกรมเมอร์ชื่อ เควิน ฟลินน์ (รับบทโดย เจฟ บริดเจส) เป็นนักเขียนโปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ให้บริษัทที่ชื่อว่า ENCOM วันหนึ่งโปรแกรมที่เขาได้มีการเขียนเอาไว้ ได้มีการถูกขโมยไป โดยเป็นเพื่อนร่วมงานชื่อ เอด ดิลลิงเจอร์ (รับบทโดย เดวิด วอร์เนอร์) และฟลินน์ที่ถูกไล่ออกจากงาน ส่วนดิลลิงเจอร์ กลับเติบโตเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัท

สามปีต่อมา ฟลินน์ได้มีการลักลอบเจาะข้อมูลเข้าไปในระบบเมนเฟรมของ ENCOM เพื่อที่จะหาหลักฐานว่าเขาถูกใส่ร้าย โดยใช้โปรแกรมประตูหลังที่เขาได้เป็นคนเขียนมันขึ้นเอง ชื่อว่า คลู ฟลินน์พลาดถูกระบบป้องกันของคอมพิวเตอร์ซึ่งมีปัญญาประดิษฐ์ ใช้เลเซอร์ยิงใส่ และแปลงให้เขาอยู่ในรูปข้อมูลดิจิทัล

ฟลินน์ได้พบว่าตัวเองได้อยู่ในอีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นดิจิทัล มีชื่อว่า คลู ได้เจอกับ ทรอน ซึ่งเป็นผู้รักษาระบบความปลอดภัยที่เขียนโดย อลัน แบรดลีย์ (รับบทโดย บรูซ บ็อกซ์ลีทเนอร์) และ โยริ โปรแกรมของ ลอร่า อดีตแฟนเก่า (รับบทโดย ซินดี มอร์แกน) ฟลินน์ จึงได้มีการพยายามหาทางออกจากระบบ ด้วยความช่วยเหลือของ ทรอน และ โยริ โดยที่เขาต้องต่อสู้กับตัวละครในเกมที่เขาได้เป็นผู้เขียนขึ้น ในด่านสุดท้าย ฟลินน์ต้องต่อสู้กับ ซาร์ค โปรแกรมของดิลลิงเจอร์ (รับบทโดย เดวิด วอร์เนอร์)

บันทึกรักเจ้าหญิงมือใหม่ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้อ่านวัยรุ่น กล่าวถึงเรื่องราวของเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง

บันทึกรักเจ้าหญิงมือใหม่  เป็นภาพยนตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้มีการออกแพร่ภาพในปี พ.ศ. 2544

บันทึกรักเจ้าหญิงมือใหม่

The Princess Diaries เป็นภาพยนตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้มีการออกแพร่ภาพในปี พ.ศ. 2544 และได้ถูกนำเข้ามาฉายในประเทศไทยในปีเดียวกัน ได้มีการดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ชุด The Princess Diaries ของ เม็ก คาบอท ซึ่งได้มีความรับนิยมเป็นอย่างมากในที่สุดกลุ่มผู้อ่านวัยรุ่น ก็ได้กล่าวถึงเรื่องราวของเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่วันหนึ่งได้รู้ว่าตนเองแท้ที่จริงแล้วได้เป็นถึงเจ้าหญิงรัชทายาทของประเทศเล็กๆแหล่งหนึ่ง ในยุโรป กับเรื่องราววุ่นๆ กับสารพัดบทเรียนที่เธอต้องได้เรียนรู้เพื่อเป็นเจ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์นี้ ก่อนกำหนดเข้ารับแต่งแหน่งรัชทายาท

เนื้อเรื่อง
มีอา เธอร์โมโพลิส เด็กสาวน้อยคนธรรมดาๆ วัย 15 ปีที่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า ในการใช้ชีวิตให้มันผ่านผ้นไปวันๆ โดยที่ไม่ต้องมีใครเข้ามาวุ่นวาย ซึ่งเธอก็ทำมันได้อย่างสำเร็จแบบที่ได้ตั้งใจเอาไว้ แต่แล้วทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไป เมื่อวันเกิดปีที่ 16 ของเธอที่กำลังจะมาถึงในอีก 2 อาทิตย์ คุณย่าคลาริสที่อาศัยอยู่ที่ประเทศเจโนเวีย ซึ่งเธอไม่เคยได้เจอมาก่อน จึงได้ส่งข่าวมาขอให้ได้ไปเจอ พร้อมกับอธิบายายถึงกับสถานะที่แท้จริงของมีอา ว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาๆ อย่างที่เธอได้คิดมาตลอดว่าเธอเป็น หากแต่เธอเป็นเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งเจโนเวีย และทางราชวงศ์ได้มีการคาดหวังว่าวันหนึ่งในอนาคตเธอจะรับตำแหน่งราชินี เพื่อปกครองประเทศแทนพ่อของเธอซึ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไป

จากชีวิตที่เคยเรียบง่าย โดยที่ไม่ต้องเคยระมัดระวัง ไม่ต้องกังวลว่าจะสะดุดตาใคร มีอาจึงได้มีการปรับเปลี่ยนตัวเองทั้งสไตล์การแต่งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า กิริยาท่าทาง การพูด แนวความคิด ตลอดจนเรียนรู้กฎระเบียบและบทเรียนต่างๆ อย่างมากมายที่ย่าของเธอได้มีการจัดเตรียมไว้ให้อย่างเรียบร้อย แคานี้ชีวิตของมีอาก็วุ่นวายมากจนเกินพอแล้ว แต่ก็ยังมาเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นไปอีก เมื่อลิลลี่เพื่อนสนิทโกรธที่มีอาเลือกไปงานปาร์ตี้มากกว่าที่เธอจะมาร่วมกิจกรรมจัดรายการวิทยุกับเธอ และเธอก็ยังถูกนักข่าวหนังสือพิมพ์ถ่ายรูปขณะร่วมงานปาร์ตี้ และได้มีการลงข่าวว่าประพฤติของเธอไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าหญิง

มีอาเสียใจเป็นอย่างมากและท้อแท้ใจ สิ่งที่เธอได้มีความตั้งใจจะสละตำแหน่งเจ้าหญิงรัชทายาท ในช่วงเวลานั้นเอง ก็ได้มีสมุดบันทึกของพ่อที่ถูกส่งผ่านมาถึงเธอ ในสมุดบันทึกเล่มนั้นที่เต็มไปด้วยข้อความแสดงความห่วงใย รวมถึงความรู้และบทเรียนต่างๆ ที่พ่อของเธอได้เรียนรู้มาตลอดชีวิต จะเป็นแรงบันดาลใจให้มีอาได้มีการเปลี่ยนมุมมองไปจากแบบเดิม

แฝดจุ้นลุ้นรัก เป็นภาพยนตร์ครอบครัวสัญชาติอเมริกา ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1998

แฝดจุ้นลุ้นรัก ภาพยนตร์หรรษาในอดีตของดิสนีย์ที่นำมาสร้างใหม่ให้สดใสและสมัยใหม่กว่าเดิม

แฝดจุ้นลุ้นรัก

The Parent Trap เป็นภาพยนตร์ครอบครัวสัญชาติอเมริกา ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1998 เขียนบทและกำกับโดย แนนซี่ เมเยอร์ส ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการรีเมคภาพยนตร์เรื่อง The Parent Trap ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1961

เนื้อเรื่องย่อ
ภาพยนตร์หรรษาในอดีตของดิสนีย์ที่นำมาสร้างใหม่ให้สดใสและสมัยใหม่กว่าเดิม แฮลลี่ เด็กสาวจอมแก่นที่เดินทางไปเข้าค่ายฤดูร้อนประจำปีที่โรงเรียนได้จัดขึ้นพร้อมเด็กจากรัฐอื่นที่แคมป์วอลเดน แฮลลี่ พบกับ แอนนี่ เด็กหญิงที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ
หลังจากที่เขาได้คุยกันแล้ว จึงรู้ว่าจริงๆ แล้ว พวกเธอเป็นฝาแฝดกัน แต่ต้องแยกกัน หลังจากที่พ่อแม่ได้มีการแยกทาง แฮลลี่อยู่กับพ่อ ส่วนแอนนี่อยู่กับแม่ฝาแฝดจอมแก่นจึง ได้มีการวางแผนสลับตัวกัน แอนนี่จะได้พบกับพ่ออย่างที่ฝันไว้ ส่วนแฮลลี่ก็จะได้เห็นหน้าแม่อย่างที่ต้องการ แผนการแรกดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ยังไม่หยุดเพียงแค่นี้ สองสาวน้อยยังมีแผนการที่จะจับให้พ่อกับแม่มาดีกัน แต่อุปสรรคที่สำคัญตอนนี้คือพ่อของพวกเธอกำลังหลงเสน่ห์สาวสวยนามว่า เมียร์ดิธ และกำลังจะมีโครงการแต่งงานกัน สองสาวน้อยจะทำอย่างไร

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด เป็นหนึ่งใน 2 ภาพยนตร์การ์ตูนที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นภาพยนตร์อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด 100 เรื่อง

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด  เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องยาวเรื่องแรกของโลก

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด

Snow White and the Seven Dwarfs เป็นภาพยนตร์อเมริกาที่ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2480 โดยมีเรื่องจากเทพนิยายเยอรมันเรื่อง สโนว์ไวท์ ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ของพี่น้องตระกูลกริมม์. ภาพยนตร์เรื่อง สโนว์ไวท์ เป็นการผลิตในรูปแบบภาพยนตร์การ์ตูนเต็มในรูปแบบครั้งแรกของวอลท์ดิสนีย์ และเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องยาวและเป็นเรื่องแรกของโลก.

สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด เป็น ภาพยนตร์การ์ตูนที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นภาพยนตร์อเมริกาที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด 100 เรื่อง จากสถาบันภาพยนตร์สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2540 (อีกเรื่องหนึ่งคือ แฟนเทเชีย) โดยอยู่ในอันดับที่ 49. ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ภาพยนตร์เรื่องนี้ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 34 และในปีต่อมา สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

เรื่องย่อ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเจ้าหญิงแสนสวยผู้น่ารักนามว่า สโนว์ไวท์ ผู้อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงของเธอ ราชินีผู้งดงามแต่ไร้สาระ ราชินีไม่อยากให้มีใครผู้ใดมางดงามกว่าตน นางจึงให้สโนว์ไวท์ใส่ผ้าขี้ริ้ว และให้นางทำกับข้าว, ปัดกวาดเช็ดถู และตักน้ำจากบ่อ เสมือนกับนางเป็นคนรับใช้ แต่ละวัน ราชินีจะเฝ้าคอยถามวิญญาณของกระจกวิเศษว่า “กระจกวิเศษ จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี?” และทุกๆ วัน กระจกก็จะตอบว่า “ท่านสิคือผู้ที่งามเลิศในปฐพี” แต่วันหนึ่งกระจกก็บอกว่า “แต่ช้าก่อน สาวใช้แสนน่ารักที่ข้าเห็นนั้น อนิจจาดูนางจะงดงามกว่าท่านนะ” “อนิจจา น่าสงสารนางจริงๆ!”

พอร์โค รอสโซ สลัดอากาศประจัญบานภาพยนตร์เรื่องนี้วางให้เป็นภาพยนตร์สั้นบนเครื่องบินสำหรับ เจแปนแอร์ไลน์

พอร์โค รอสโซ  เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึง ความสนใจอย่างเกือบบ้าคลั่งของสตูดิโอจิบลิเป็นพิเศษ

พอร์โค รอสโซ

Porco Rosso เป็นภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นของสตูดิโอจิบลิ เขียนบทและกำกับโดยฮายาโอะ มิยาซากิ ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1992 ในบรรดาภาพยนตร์แอนิเมชันของ มิยาซากิ ฮายาโอะ ทั้งหมด มีผลงานเรื่องนี้ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่เป็น “ส่วนตัว” ที่สุด หากจะนิยามหนังเรื่องนี้อย่างสั้นที่สุดเราต้องจะนิยามได้ว่า “เด็กผู้หญิง หมู และเครื่องบินประหลาด” ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งที่ตัวผู้กำกับชื่นชอบอยู่เป็นการส่วนตัว ต้องการอ้างอิง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างไปจากหนังเรื่องอื่นๆ ของมิยาซากิเท่ากับอารมณ์ของภาพยนตร์ที่ค่อนข้าง “เป็นผู้ใหญ่” และสะท้อนถึงสายตาที่มองโลกในแง่ร้ายอยู่ในที ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักปรากฏอยู่อย่างซ่อนเร้นในหนังเรื่องอื่นของมิยาซากิ

เรื่องราวของ พอร์โค รอสโซ ปรากฏเป็นครั้งแรกในมังกะความยาวประมาณ 16 หน้า เรื่อง “The Age of Seaplanes” ซึ่งอยู่ในชุด Miyazaki’s Daydream Data Note ที่มิยาซากิเขียนลงตีพิมพ์เป็นตอนๆในนิตยสาร Model Graphix อย่างไรก็ตามเราจะพบความแตกต่างระหว่างตัวมังกะต้นฉบับ กับ ภาพยนตร์แอนิเมชันอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ของเรื่อง ความซับซ้อนในตัวละคร และ ข้อสรุปของเรื่องราว

ในมังกะจะแบ่งเรื่องราวเป็น 3 ตอน ตอนแรก กล่าวถึงตอนที่ พอร์โค นักบินล่าเงินรางวัลได้เข้าไปช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไว้จากการถูกโจรสลัดเครื่องบินน้ำจับไปเป็นตัวประกัน ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาช่วงแรกของหนังเอาไว้ ตอนที่สอง เป็นเรื่องราวของการดวลกันระหว่างพอร์โคกับคู่ปรับเก่าซึ่ง พอร์โคเป็นฝ่ายแพ้และต้องหลบนำเรือบินของตนไปซ่อม เนื้อหาส่วนนี้ครอบคลุมช่วงกลางของหนังเอาไว้ ขณะที่ ตอนสุดท้าย เป็นการดวลกันอีกครั้งที่ พอร์โคสามารถเอาชนะคู่ปรับได้ด้วยการลงมาชกหมัดต่อหมัดกันในน้ำและชนะใจเด็กผู้หญิงคนนั้นไปในที่สุด เนื้อหาของมังกะส่วนสุดท้ายจะครอบคลุมช่วงสุดท้ายของหนัง

ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก ยุคมืดเริ่มคลืบคลานเข้ามาเมื่อกาลเวลาของเหล่าโจรสลัดใกล้ถึงจุดสิ้นสุด

ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก กัปตันเซา เฟ็ง เพื่อที่จะได้เรือที่สามารถพาพวกเขาไปที่สุดขอบโลก เพื่อช่วยเหลือแจ็ค

ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก

Pirates of the Caribbean: At World’s End เป็นภาพยนตร์ไตรภาคกำกับโดยกอร์ เวอร์บินสกี นำแสดงโดยจอห์นนี เดปป์, ออร์แลนโด บลูม, โจว เหวินฟะ, เจฟฟรี่ย์ รัช และ คีร์รา ไนท์ลีย์

เนื้อเรื่องย่อ
ลอร์ด คัทเลอร์ เบ็คเก็ตต์ แห่งบริษัทอินเดียตะวันออก ได้เข้าควบคุมฟลายอิ้งดัทช์แมน เรือของโจรสลัดผีอันน่าสะพรึง และกัปตันปีศาจประจำเรือ เดวี่ โจนส์ ล่องไปยังทะเลเจ็ดคาบสมุทรเพื่อจะไปกำจัดเหล่าโจรสลัดอย่างไม่มีความปราณี ภายใต้คำสั่งของผู้บังคับการเจมส์ นอร์ริงตัน

วิลล์ เทิร์นเนอร์ , อลิซาเบ็ท สวอร์น และกัปตันบาบอสซา จึงได้พากันเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ภารกิจที่สุดอันตรายเพื่อรวบรวมลอร์ดทั้ง 9 แห่งกลุ่มคณะลูกขุน ซึ่งได้เป็นความหวังเดียวที่ของพวกเขาจะสามารถเอาชนะเบ็คเก็ตต์ เรือฟลายอิ้งดัทช์แมน และเหล่ากองทัพเรือของเขา แต่หนึ่งในสมาชิกของลอร์ดทั้ง 9 ได้หายตัวไป นั่นก็คือ กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ ที่ได้ถูกจับขังไว้ในห้องจองจำของเดวี่ โจนส์

กัปตันแจ็คก็ได้ถูกช่วยออกมาได้ ถึงแม้ว่าการถูกจองจำจะทำให้เขาเสียได้สติมากขึ้นไปกว่าเดิม แต่เขาก็ตกลงที่จะช่วย เขาล่องเรือแบล็คเพิร์ลออกจากดินแดนแห่งความตาย ถึงแม้ว่าจะรวบรวมลอร์ดทั้ง 9 แห่งกลุ่มคณะลูกขุนมาได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสามรถต่อกรกับกองกำลังของเบ็คเก็ตต์และเดวี่ โจนส์ได้ “คาลิปโซ่” เทพธิดาแห่งท้องทะเลผู้แปรปรวน เพื่อที่จะหว่านล้อมให้พวกเขาได้มาร่วมมือกัน กำจัดภัยแห่งโจรสลัดในครั้งนี้ได้ แต่เมื่อได้มีการหักหลัง ได้เผยโฉมเกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่า กัปตันแจ็ค, วิลล์, อลิซาเบ็ท, เซา เฟ็ง และบาบอสซา ต่างได้มีจุดประสงค์ต่างกัน และไม่สามารถไว้ใจใครได้อีกต่อไป ต่างคนต่างต้องเลือกฝ่ายที่จะเข้าร่วม เพื่อการต่อสู้ครั้งใหญ่และครั้งสุดท้าย ที่อาจจะทำลายอิสรภาพอันหอมหวลของโจรสลัดไปตลอดกาล